รมว.สธ. สั่งการ สบส. คุมเข้มสถานดูแลผู้สูงอายุ ต้องได้มาตรฐาน ห้ามทำเกินขอบเขต ฝ่าฝืนเจอโทษทั้งจำ–ปรับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข คุมเข้มมาตรการกำกับดูแลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศ เน้นตรวจสอบมาตรฐานก่อนอนุญาตและติดตามประเมินหลังได้รับใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย มีคุณภาพ และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมเตือนผู้ประกอบการห้ามให้บริการเกินขอบเขตหรือประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำคุก ปรับ พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุ และมีแนวโน้มการใช้บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกรม สบส. จำนวน 1,203 แห่ง ทั่วประเทศ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำชับให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพในสังกัด ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่ง ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการกำกับ ติดตาม และตรวจประเมินสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างเข้มงวดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เน้นคุมเข้ม 3 ด้าน ได้แก่ 1. มาตรฐานด้านสถานที่ ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สะอาด ปลอดภัย มีทางเข้าออกและพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น 2. มาตรฐานด้านความปลอดภัย ต้องมีระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน อุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้รับบริการ และ 3. มาตรฐานด้านการให้บริการ ต้องจัดระบบการดูแลที่เหมาะสมมีบุคลากรและผู้ให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงต้องให้บริการอยู่ภายในขอบเขตของกิจการที่ได้รับอนุญาต โดยทั้ง 3 ด้านต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ. 2563

“สิ่งที่กรม สบส. เน้นย้ำเป็นพิเศษ คือ สถานดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่สถานพยาบาล ผู้ประกอบการต้องให้บริการตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรรับผู้ป่วยที่มีภาวะซับซ้อนเกินศักยภาพของสถานประกอบการ หรือดำเนินการที่มีลักษณะเป็นการประกอบวิชาชีพหรือการรักษาพยาบาลโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย” นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าว

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า สำหรับสถานประกอบการฯ ที่ฝ่าฝืน กรม สบส. จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 โดยผู้ที่ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดอื่นๆ มีโทษปรับตามลักษณะการกระทำผิด และในกรณีที่ผู้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ผู้อนุญาตสามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้ตามกรณี และขอให้ผู้ประกอบการสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ ตรวจสอบและรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านสถานที่ ความปลอดภัย บุคลากร และขอบเขตการให้บริการ พร้อมทั้ง ขอให้ประชาชนและครอบครัวที่กำลังเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุ ตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพหรือไม่ และเลือกสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐาน หากพบสถานดูแลผู้สูงอายุที่สงสัยว่าไม่มีใบอนุญาต ไม่ได้มาตรฐาน หรือให้บริการไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งที่ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพในพื้นที่ หรือกรมสบส. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป