กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เผยผลสำเร็จการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ผ่านระบบออนไลน์ หัวข้อ “สร้างแต้มต่อทางการค้า ครบเครื่องเรื่องรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification)” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 100 ราย ได้สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรผ่านการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) พร้อมฝึกปฏิบัติการใช้งานระบบดิจิทัลของกรมฯ เพื่อช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย
และเสริมศักยภาพการแข่งขันให้แก่ผู้ส่งออกไทยในตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ คต. พร้อมเดินหน้าให้ความรู้ผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเป็นอย่างมาก มีผู้ประกอบการเข้าร่วมรับฟังการอบรมสัมมนารวมทั้งสิ้น 106 ราย ซึ่งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ผลิตและผู้ส่งออก โดยพบว่ามีสัดส่วนของผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) ร้อยละ 53.8 และเป็นผู้ประกอบการที่ยังไม่มีประสบการณ์ ร้อยละ 46.2 สะท้อนถึงความตื่นตัวของทั้งผู้ส่งออกรายเดิมและรายใหม่ในการปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัล สำหรับการจัดอบรมสัมมนาในครั้งนี้ กรมฯ มุ่งเน้นถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจในทางปฏิบัติ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมและการใช้งานระบบการให้บริการออกหนังสือสำคัญการส่งออก-นำเข้าสินค้าฯ (SMART-I) ขั้นตอนการเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำขอตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าแบบไร้กระดาษ (ROVERs Plus) ตลอดจนการอบรมการเข้าใช้งานระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Origin Certification: SOC) (https://soc.dft.go.th)
นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกรมฯ ได้ปรับปรุงและเปิดใช้งานระบบ SOC เพื่อรองรับกรอบความตกลงทางการค้าที่เพิ่มขึ้น โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ SMART-I SMART C/O และ ROVERs Plus รวมถึงระบบฐานข้อมูลโรงงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันรองรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองใน 3 กรอบความตกลง ได้แก่ AWSC RCEP AANZFTA และ 1 สิทธิพิเศษ GSP (REX System) พร้อมทั้งเตรียมพร้อมรองรับกรอบความตกลงการค้าเสรีไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2570 ซึ่งการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองผ่านระบบ SOC จะช่วยให้ผู้ส่งออกสามารถรับรองลงในเอกสารทางการค้าได้โดยตรง เพื่อใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรที่ประเทศปลายทาง กรมฯ เชื่อมั่นว่าการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากระบบ SOC และสิทธิประโยชน์ทางการค้าได้อย่างถูกต้อง คล่องตัว รวดเร็ว และนำไปสร้างแต้มต่อในการขับเคลื่อนการส่งออกได้อย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด ข่าวสาร การจัดสัมมนาของกรมฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด กรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 02-547-5085 เว็บไซต์ www.dft.go.th หรือสายด่วน 1385

