รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุขรับนโยบายนายกรัฐมนตรี เร่งคัดแยกและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางในศูนย์พักพิงที่เสี่ยงเจ็บป่วยหรือต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ มาดูแลที่โรงพยาบาล ตามแนวทางการจัดศูนย์พักพิงทางการแพทย์ (Medical Shelter) เพื่อความปลอดภัย ลดเสี่ยงการเจ็บป่วยรุนแรง ลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็น และเข้าถึงบริการอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน สั่งการกระทรวงสาธารณสุขดูแลผู้อพยพกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหรือมีความเสี่ยงจะเจ็บป่วยในระหว่างอยู่ศูนย์พักพิง ให้มาอยู่สถานพยาบาล ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยเร่งดำเนินการและให้การดูแลตามแนวทางการจัดศูนย์พักพิงทางการแพทย์ (Medical Shelter) แยกตามระดับศักยภาพของโรงพยาบาล ได้แก่ 1.โรงพยาบาลชุมชน ดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่อาการคงที่, ผู้สูงอายุ, ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่มีญาติคอยดูแล ทรัพยากรจำเป็นที่ต้องมี คือ ระบบไฟฟ้าสำรอง, น้ำสะอาด, ออกซิเจน, ยาโรคเรื้อรัง, รถส่งต่อผู้ป่วย และระบบสื่อสาร และ2. โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลศูนย์ ดูแลผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง, ผู้ใช้ออกซิเจน, ผู้ป่วยฟอกไต, หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง, ผู้ป่วยเคสซับซ้อน และผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งต้องแยกพื้นที่ออกจากแผนก ER, Ward, ICU และห้องผู้ป่วยปกติชัดเจน พร้อมจัดเตรียมเตียงสำรองและควบคุมระบบขนส่งทางการแพทย์ตลอดจนทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการส่งต่อระดับจังหวัด/เขต และเตรียมขยายความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชน

นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ สถานการณ์อุทกภัยและมวลน้ำหลากลุ่มน้ำบางปะกงได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สถานบริการสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวังอุทกภัยในช่วง 3-5 วันนี้ คือ รพ.พุทธโสธร และ รพ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา วันนี้ จึงได้มอบหมายให้ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่ ติดตามการดำเนินงาน ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทราได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ดำเนินการเชิงรุกเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเข้ามาอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลและสถานพยาบาลเครือข่ายโดยตรง ตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ และได้จัดตั้ง Medical Shelter ที่ รพ.บางคล้า ดูแลกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ 90 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง) แล้ว 139 ราย สำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว (อาการไม่รุนแรงหรือช่วยเหลือตัวเองได้ระดับหนึ่ง) จะเคลื่อนย้ายไปดูแลที่ รพ.วัดสมานรัตนาราม ขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองและสีแดง (ผู้ป่วยหนักหรือต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ระดับสูง) จะส่งต่อไปยัง รพ.บางปะกง โดยมีทีมแพทย์ รพ.พุทธโสธร ร่วมปฏิบัติการ ตลอดจนประสาน รพ.เอกชนในพื้นที่ เช่น รพ.เกษมราษฎร์ฉะเชิงเทรา เพื่อสำรองเตียง ICU และเตียงสามัญเพิ่มเติม รองรับกรณีฉุกเฉิน ตลอดจนจัดทีมแพทย์เคลื่อนที่และทีมสหวิชาชีพลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยที่ยังติดค้าง แจกจ่ายยารักษาโรค ยารักษาน้ำกัดเท้า และเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตควบคู่กันไป





