กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผยแนวทาง “กินเจอิ่มบุญ สบายท้อง” ชู 5 สมุนไพรไทยขับลม แนะนำเมนูต้ม นึ่ง ลดทอด ป้องกันท้องอืด

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำ 5 สมุนไพรไทยใกล้ตัว ได้แก่ ขิง กะเพรา ตะไคร้ ข่า และขมิ้นชัน มาประยุกต์ปรุงอาหารเจ สมุนไพรเหล่านี้อุดมด้วยสารสำคัญและน้ำมันหอมระเหย เช่น จินเจอรอล, ยูจีนอล, ซิทราล, ซีนีออล และเคอร์คูมินอยด์ ซึ่งมีสรรพคุณเด่นในการขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และ แน่นจุกเสียด พร้อมชูเมนูสุขภาพ เช่น เต้าหู้ผัดขิง, ผัดกะเพราเห็ด, ต้มยำเห็ดน้ำใส และต้มขมิ้นเห็ด โดยเน้นปรุงรส แต่พอดี และใช้น้ำมันน้อย เพื่อสุขภาพที่ดีตลอดเทศกาลถือศีลกินเจ

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า เทศกาลถือศีลกินเจถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีนที่งดบริโภคเนื้อสัตว์และผักที่มีกลิ่นฉุนบางชนิด อย่างไรก็ตาม อาหารเจจำนวนมากมักมีส่วนผสมของแป้งและไขมันสูง หากรับประทานในปริมาณมาก หรือ เคี้ยวไม่ละเอียด อาจก่อให้เกิดปัญหาแน่นท้อง ไม่สบายท้องได้ นอกจากนี้ การปรับมารับประทานถั่วและ ผักที่มีกากใยสูงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้บางรายมีแก๊สหรือลมในทางเดินอาหารเพิ่มขึ้น

การดูแลสุขภาพช่วงกินเจจึงต้องเน้นการเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม โดยเลือกโปรตีนคุณภาพสูงจากเต้าหู้และถั่ว เลี่ยงของทอด ปรับเปลี่ยนมาเน้นเมนูประเภทต้ม นึ่ง หรือแกงจืด เลือกรสชาติปรุงแต่งพอเหมาะ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ในปริมาณที่พอดี ควบคู่กับการประยุกต์ใช้สมุนไพรไทยในการดูแลร่างกาย ออกกำลังกาย อย่างเหมาะสม พักผ่อนอย่างเพียงพอ และการทำจิตใจให้สงบ เพื่อให้ได้ทั้งความอิ่มบุญ สบายท้อง และมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ

ดร.รัชนี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กล่าวเสริมถึงสรรพคุณทางวิทยาศาสตร์ ของสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ 1) ขิง มีสารสำคัญอย่าง จินเจอรอล (Gingerol) และ โชกาออล (Shogaol) ช่วยกระตุ้น การย่อยอาหาร 2) กะเพรา อุดมด้วย ยูจีนอล (Eugenol) ในน้ำมันหอมระเหย ช่วยแก้ท้องอืด จุกเสียด 3) ตะไคร้ มีสาร ซิทราล (Citral) ในน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ขับลม 4) ข่า มีสาร เมทิลซินนาเมต (Methyl Cinnamate) และ ซีนีออล (Cineole) ช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง และ 5) ขมิ้นชัน มีสารกลุ่ม เคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) และน้ำมันหอมระเหย ช่วยสมานแผลในกระเพาะและลดอาการท้องอืด

ประชาชนสามารถนำสมุนไพรดังกล่าวมาสร้างสรรค์เมนูเจได้หลากหลาย โดยเน้นการใช้น้ำมันน้อยและ รสชาติไม่จัดจ้าน ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับศาสตร์การแพทย์แผนไทยหรือการใช้สมุนไพร สามารถรับคำปรึกษา ได้จากแพทย์แผนไทย ณ สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั่วประเทศ หรือติดต่อกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก โทร. 0 2149 5678, Facebook: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ Line Official: @DTAM