กรมประมง…แจงชัด!! กรณี Pre-test อวนล้อมจับปลากะตัก ย้ำเป็นขั้นตอนศึกษาวิจัย “ยังไม่มีการอนุญาตให้ทำการประมง” เก็บข้อมูลรอบด้าน คำนึงถึงทรัพยากรประมงและความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล

นายกฤษณุพันธ์ โกเมนไปรรินทร์ เลขานุการกรม และในฐานะโฆษกกรมประมง กล่าวว่า…ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการดำเนินการ Pre-test อวนล้อมจับปลากะตักในเวลากลางคืนโดยใช้แสงไฟล่อ ซึ่งมีความกังวลถึงผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางทะเลนั้น กรมประมงขอขอบคุณประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนสำหรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ พร้อมขอชี้แจงว่า การดำเนินการ Pre-test ครั้งนี้ เป็นเพียงขั้นตอนการศึกษาและเก็บข้อมูลประกอบการพิจารณาทางวิชาการ ยังมิใช่การอนุญาตให้ทำการประมงในรูปแบบดังกล่าว โดยข้อมูลและผลการศึกษาที่ได้จะนำมาวิเคราะห์และพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ ผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนผลกระทบต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอ คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

การดำเนินการ Pre-test ดังกล่าว เป็นการลงพื้นที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการศึกษาวิจัยการทำการประมงด้วยเครื่องมืออวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตรในเวลากลางคืน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กรมประมง ผู้แทนชาวประมงพาณิชย์ ผู้แทนชาวประมงพื้นบ้าน ผู้แทนกลุ่มอนุรักษ์ รวมถึงคณาจารย์จากมหาวิทยาลัย รวมกว่า 25 ท่าน เพื่อสังเกตการณ์สภาวะการทำประมงจริง และนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการศึกษาวิจัยที่เหมาะสม

ทั้งนี้ อวนที่ใช้มีขนาดช่องตาอวนไม่ต่ำกว่า 0.6 เซนติเมตร และเป็นขนาดเดียวกับอวนที่ใช้กับเครื่องมืออวนครอบปลากะตัก อวนช้อน/ยกปลากะตัก ซึ่งปัจจุบันทำการประมงในเวลากลางคืน และมิใช่อวนมุ้งที่ใช้สำหรับเครื่องมืออวนล้อมจับปลาสายไหมหรือปลาข้าวสารที่มีการใช้ในอดีต ซึ่งปัจจุบันห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดขนาดช่องตาอวนในการทำการประมงปลากะตัก ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543

สำหรับการลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง จังหวัดระยอง เป็นการดำเนินการตามมติของคณะอนุกรรมการฯ เพื่อทำ Pre-test หรือการทดสอบเบื้องต้นในพื้นที่จริง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและวิธีการดำเนินการ ตลอดจนตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำไปประกอบการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการศึกษาวิจัยการทำการประมงด้วยเครื่องมืออวนล้อมจับที่มีช่องตาอวนขนาดเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ในเวลากลางคืนให้มีความเหมาะสมและรอบด้าน

การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงจากสภาวะการทำประมงจริง ทั้ง ชนิด ขนาด และสัดส่วนสัตว์น้ำที่จับได้ รวมถึงสัตว์น้ำวัยอ่อน ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางทะเล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างเหมาะสม โดยขั้นตอน
ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ยังเป็นการศึกษาและเก็บข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทางการวิจัย มิได้เป็นการอนุญาตให้ทำการประมงในรูปแบบดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมประมงจะใช้ “หลักการทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเชิงประจักษ์” เป็นพื้นฐานในการพิจารณา ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงทรัพยากรสัตว์น้ำ ความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล และผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรประมงของประเทศเป็นไปอย่าง รอบคอบ โปร่งใส และเกิด
ความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมงกับการรักษาระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว…โฆษก กล่าวฯ