“นายกฯ อนุทิน” สั่งการ คณะ รมว.ผนึกกำลังลุยปราจีนฯ ดูแลประชาชนทั่วถึง ทส.ตั้งครัวสนามเร่งส่งอาหารถึงพื้นที่

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลังและทั่วถึง

โดยมีนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์

คณะรัฐมนตรีและผู้บริหารได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ “ครัวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ณ ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่ง ทส.จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบอาหารและสนับสนุนสิ่งจำเป็นให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว

จากนั้น คณะรัฐมนตรีได้แยกลงพื้นที่ตามภารกิจ โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่วัดม่วงขาวแก้วพิกุล ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และองค์การบริหารส่วนตำบลบางปลาร้า อำเภอบ้านสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงและบางจุดการเดินทางถูกตัดขาด เพื่อติดตามสถานการณ์ รับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชน พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ศูนย์พักพิง อบจ. หรือ บชส.ใหม่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัย ส่วน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และศูนย์พักพิงวัดแหลมไผ่ ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี เพื่อติดตามการดูแลประชาชน ผู้ป่วย และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานปรับกำลังและทรัพยากรให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ต้องเร่งส่งกำลังคน อาหาร ยานพาหนะ และสิ่งจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด พร้อมดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

“สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือประชาชนต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ไหนหรือเดินทางเข้าถึงยากเพียงใด ทุกหน่วยงานต้องช่วยกันทำให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนให้เร็วที่สุด อาหารต้องถึงคน ความช่วยเหลือต้องถึงพื้นที่ และต้องดูแลกันจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” นายสุชาติกล่าว

สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และทรัพยากรจากทุกหน่วยงานในสังกัด สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้งครัวสนาม ประกอบอาหาร จัดส่งน้ำดื่มและสิ่งจำเป็น รวมถึงสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ภาคสนาม เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทั้งประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ศูนย์พักพิง โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

เบื้องต้น ทส.ได้จัดส่งและแจกจ่ายข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม รวม 3,600 ชุด ประกอบด้วย ศูนย์พักพิงค่ายจักรพงษ์ 260 ชุด บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ 600 ชุด โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 200 ชุด ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอประจันตคาม และอำเภอบ้านสร้าง ผ่านผู้แทนชุมชน 1,540 ชุด เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม กำลังพลมณฑลทหารบกที่ 12 และหน่วยงานสนับสนุน 800 ชุด และชุมชนรวมถึงเจ้าหน้าที่บริเวณที่พักรอบแฟลตตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี ถนนเทศบาลดำริ อีก 200 ชุด

ทั้งนี้ ทส.จะติดตามสถานการณ์น้ำและสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานจังหวัดปราจีนบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแผนการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยจะสนับสนุนกำลังคน ยานพาหนะ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังจะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับเข้าสู่บ้านเรือนได้อย่างปลอดภัย โดยยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ