รมว. สธ. สั่งการ สบส. ส่งทีม MSERT ลงกู้ระบบไฟฟ้าสำรอง อาคาร ICU รพ.แกลง และบ้านค่าย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ส่งทีม MSERT ลงกู้ระบบไฟฟ้าสำรอง อาคารผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) โรงพยาบาลแกลง และโรงพยาบาลบ้านค่าย จังหวัดระยอง พร้อมร่วมประเมินความปลอดภัย 21 อาคาร วางแผนยกระดับโครงสร้างรับมืออุทกภัยระยะยาว

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องฝนช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย และสถานพยาบาลซึ่งได้รับผลกระทบในจังหวัดระยอง พร้อมแสดงความห่วงใยต่อการดูแลระบบไฟฟ้าของโรงพยาบาลซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่มีผลต่อเครื่องมือต่างๆ อาทิ เครื่องปั๊มหัวใจ หรือออกซิเจน ฯลฯ จึงมีข้อสั่งการให้กรม สบส. ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและฟื้นฟูสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ ตนจึงมอบหมายให้ทีมปฏิบัติการสนับสนุนระบบบริการด้านสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน (MSERT) จากกองวิศวกรรมการแพทย์ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพ (ศบส.) 4 และ 6 ลงพื้นที่โรงพยาบาลแกลง และโรงพยาบาลบ้านค่าย จังหวัดระยอง เพื่อสำรวจความเสียหาย ประเมินความเสี่ยง และวางแผนฟื้นฟูระบบสนับสนุนหลัก ได้แก่ ระบบไฟฟ้าหลัก ไฟฟ้าสำรอง ระบบก๊าซทางการแพทย์ ระบบน้ำใช้ และเครื่องมือทางการแพทย์ โดยผลการสำรวจพบว่าระบบไฟฟ้าหลักของโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง ยังสามารถใช้งานได้ แต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองถูกน้ำท่วม ส่งผลให้โรงพยาบาลขาดแหล่งจ่ายไฟสำรองหากระบบหลักขัดข้อง และอาจกระทบต่อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษาพยาบาล ทีม MSERT จึงเร่งดำเนินการถอดอุปกรณ์ ทำความสะอาด ตรวจสอบระบบควบคุม และประเมินความพร้อมใช้งาน ส่วนการกู้คืนระบบไฟฟ้าสำรอง ตรวจสอบโรงเรือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและห้องควบคุมเบื้องต้น พร้อมประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการเคลื่อนย้าย ติดตั้ง เชื่อมต่อ และทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองชั่วคราว จนสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่อาคาร ICU ได้สำเร็จ ช่วยให้ระบบและอุปกรณ์สำคัญสำหรับผู้ป่วยวิกฤตมีไฟฟ้าสำรอง และสนับสนุนการให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องระหว่างการฟื้นฟูระบบถาวร

โดยภายหลังสถานการณ์คลี่คลายในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569  ทีม MSERT ได้สำรวจประเมินความปลอดภัยของโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง จำนวน  21 อาคาร ครอบคลุมระบบไฟฟ้า ก๊าซทางการแพทย์ ระบบปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อคัดแยกจุดเสี่ยง โดยพบคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศถูกน้ำท่วม 24 ชุด และปลั๊ก/เต้ารับได้รับผลกระทบ 50 จุด จึงแยกออกจากระบบและระงับการใช้งานชั่วคราว พร้อมกำหนดให้ตรวจวัดค่าความต้านทานฉนวนและทดสอบความปลอดภัยก่อนนำกลับมาใช้งาน เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร และอุบัติภัยซ้ำซ้อน พร้อมวางแผนยกระดับโครงสร้างสถานพยาบาล ร่วมกับผู้บริหารสถานพยาบาล อย่างจัดสร้างอาคารโรงเรือนพลังงานใหม่ แยกจากอาคารเดิม  ยกระดับพื้นห้องเครื่องให้สูงพ้นสถิติน้ำท่วมสูงสุด ปรับระบบนำไฟฟ้าหลักเป็นการเดินสายบน สายเคเบิล หรือท่อส่งต่างๆ บนที่สูง (เหนือศีรษะ) แทนการฝังท่อใต้ดิน ลดความเสี่ยงสายไฟแช่น้ำและลัดวงจร และยกระดับตำแหน่งปลั๊กไฟ/เต้ารับบริเวณให้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร เพื่อรับมือเหตุอุทกภัยระยะยาวอย่างมั่นคง