รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุขรับนโยบายนายกรัฐมนตรี สั่งการเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในช่วงสัปดาห์นี้ในพื้นที่ภาคใต้ที่อาจเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งการทบทวนแผนประคองกิจการ เน้นความต่อเนื่องของบริการ เตรียมความพร้อมย้ายผู้ป่วย กลุ่มเปราะบาง ตรวจสอบเส้นทางเลี่ยงเพื่อปรับแผนการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤต สำรองยา เวชภัณฑ์ ออกซิเจน และทรัพยากรสำคัญให้เพียงพอขั้นต่ำ 72 ชั่วโมง ดูแลสุขาภิบาล และเฝ้าระวังโรค และคงระดับการบริหารจัดการ เพื่อการตอบโต้ และฟื้นฟู (PHEOC)

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC-1) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี สถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่ยังสูงขึ้นของโรงพยาบาลในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะโรงพยาบาลพุทธโสธร ตลอดจนปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำระลอกใหม่ จากการคาดการณ์ฝนตกหนัก ในช่วงสัปดาห์ นี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ ทั้ง 2 เขตสุขภาพ ได้เตรียมความพร้อมทั้งระบบบริการทางการแพทย์และสถานพยาบาล เส้นทางลำเลียง/ส่งต่อผู้ป่วย ระบบสำรองไฟฟ้า, เชื้อเพลิง, น้ำประปา, ออกซิเจนทางการแพทย์ และระบบการสื่อสารพร้อมใช้งาน การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามได้ทันทีหากเกิดเหตุจำเป็น รวมทั้งเตรียมพร้อมกำลังคน เวชภัณฑ์สำคัญ 13 รายการ การจัดทำพิกัดและรายชื่อกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการแจ้งเตือนภัย ช่วยลดความสูญเสีย ตลอดจนการซ้อมแผนอย่างเป็นระบบ

“วันนี้ ได้กำชับให้จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ทบทวนแผนประคองกิจการ และเตรียมความพร้อมย้ายผู้ป่วย กลุ่มเปราะบาง ตรวจสอบเส้นทางเลี่ยงเพื่อปรับแผนการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤต เร่งรัดค้นหาและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง สั่งการ รพ. เสี่ยงน้ำท่วม สำรองยา เวชภัณฑ์ ออกซิเจน และทรัพยากรสำคัญให้เพียงพอขั้นต่ำ 72 ชั่วโมง ดูแลสุขาภิบาล และเฝ้าระวังโรค ตลอดจนสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนในประเด็นการบริการของสถานพยาบาล การดูแลสุขภาพในระยะฟื้นฟู และให้คงระดับการบริหารจัดการ เพื่อการตอบโต้ และฟื้นฟู” นพ.สมฤกษ์กล่าว
สำหรับภาพรวมพื้นที่ประสบอุทกภัย ล่าสุดลดลง เหลือ 23 จังหวัด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 153 แห่ง ยังคงเปิดบริการตามปกติ 87 แห่ง ให้บริการบางส่วน 11 แห่ง และหยุดบริการ 55 แห่ง จัดทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นเป็น 87,489 ราย ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวม 238,836 ครั้ง เข้าสนับสนุนศูนย์พักพิงฯ ที่ยังคงเปิด ณ ปัจจุบัน รวม 184 แห่ง มีผู้รับบริการรวม 14,207 คน ตลอดจนสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์รวม 234,264 รายการ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้ามากที่สุด โดยกระจายผ่านเครือข่ายสาธารณสุขระดับอำเภอและเครือข่ายในพื้นที่ ควบคู่กับการส่งตรงไปยัง รพ.สต.และหน่วยบริการปฐมภูมิ ขณะที่การดำเนินงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้มีการปรับเปลี่ยนจากภาวะฉุกเฉินสู่การฟื้นฟูชุมชนอย่างเป็นระบบและดูแลประชาชนให้ครอบคลุม ปรับ รพ.สนาม เป็นศูนย์ฟื้นฟูชุมชม เหลือบริการผู้ป่วยนอก รับยาทั่วไป ในเวลาทำการ และเสริมทีมเฉพาะด้านรองรับระยะฟื้นฟู ตลอดจนจัดโซนลงพื้นที่ดูแลประชาชน ทั้งกาย จิต การควบคุมโรคและอนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร








