สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 4 ต.ค. 69 เวลา 7.00 น.

1. สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี (80) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น (93) ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี (64) ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว (151) ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (85) และ ภาคใต้ จ.ตรัง (137)

2. วันนี้ : ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย

คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 5 -7 ต.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากนั้นจะส่งผลกระทบกับภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

3. สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (วันที่ 4 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.):
สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 35.76 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.49 ม.) มีแนวโน้มลดลง
สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 26.11 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.10 ม.) มีแนวโน้มลดลง
สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,132 ลบ.ม. ต่อวินาที ระดับน้ำ 23.08 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.62 ม.) ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.71 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.93 ม.รทก.

4. ประกาศแจ้งเตือนภัย:
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศฉบับที่ 9/2569 เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 5 – 7 ต.ค. 69 ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคกลาง จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคตะวันตก
จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ และภาคใต้ จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำกิ่วลม อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา จ.ลำปาง บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ จ.สระบุรี อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล จ.นครนายก อ่างเก็บน้ำคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก บริเวณ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ปราจีนบุรี ตราด กาญจนบุรี และระนอง
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ แม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี แม่น้ำแควน้อย จ.พิษณุโลก แม่น้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ และ จ.สระบุรี แม่น้ำท่าจีน จ.นครปฐม แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี คลองพระสะทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี แม่น้ำตราด จ.ตราด แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี คลองบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส