ก้าวสู่ปีที่ 25 “วธ.” จัดงานบุญใหญ่สถาปนากระทรวง พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติ “วัฒนคุณาธร” และ “สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น” สร้างขวัญกำลังใจคนทำงานวัฒนธรรม

เนื่องในโอกาสใกล้ถึงวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ครบรอบ 24 ปี ก้าวสู่ปีที่ 25 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ประกาศทิศทางการดำเนินงานปี 2570 มุ่งขับเคลื่อนนโยบาย “Cultural NEXUS วัฒนธรรมเชื่อมอนาคต” เปลี่ยนจาก “คุณค่าที่เรามี” สู่ “โอกาสที่คนไทยได้รับ” ผ่าน 5 มิติการเชื่อมโยง ได้แก่ การเชื่อมอดีตสู่วันนี้ให้มรดกวัฒนธรรมมีชีวิต, เชื่อมวัฒนธรรมสู่ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดอุตสาหกรรม, เชื่อมคนและชุมชนสร้างอาชีพและรายได้, เชื่อม Talent ไทยขยายโอกาสสู่เวทีโลก และเชื่อมวันนี้สู่อนาคตด้วยการขับเคลื่อนผ่านฐานข้อมูลจริง โดยดำเนินการผ่าน 5 ทิศทางสำคัญ ได้แก่ การเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ, การสร้างสังคมคุณธรรม, การขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรม, การเชื่อมไทยกับโลก และการบริหารองค์กรสมัยใหม่ พร้อมปักหมุด 5 เป้าหมายหลักระยะต่อไป ทั้งการดันมรดกไทยสู่ระดับโลก, ต่อยอดแคมเปญ “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน”, ผลักดัน พ.ร.บ.กลุ่มชาติพันธุ์ให้เกิดผลจริง, ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลด้านวัฒนธรรมแห่งชาติ (TCIC)

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ช่วงเช้า กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดพิธีสักการะและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฎ์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้แทนประกอบพิธีสักการะพระพุทธสิริวัฒนธรรโมภาส พระสยามเทวาธิราช ศาลตา-ยาย และพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กระทรวง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากร จากนั้น คณะผู้บริหารได้ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี

ในช่วงบ่าย ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานในพิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “วัฒนคุณาธร” ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยเริ่มจากการรับชมนิทรรศการ “วัฒนคุณาธร” การแสดงทางวัฒนธรรมชุด “รุ่งอรุณ” จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และวีดิทัศน์แนะนำรางวัล

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ถวายและมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “วัฒนคุณาธร” ให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม รวมทั้งสิ้น 158 ราย/รูป/แห่ง/คณะ แบ่งเป็นพระสงฆ์ 24 รูป (บุคคลธรรมดา 10 รูป และนิติบุคคล/คณะบุคคล 14 แห่ง/คณะ) และฆราวาส 134 ราย/แห่ง/คณะ (บุคคลธรรมดา 69 ราย และนิติบุคคล/คณะบุคคล 65 แห่ง/คณะ) และมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 12 แห่ง ได้แก่: 1. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี 2. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ 3. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา 4. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ 5. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี 6. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ 7. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร 8. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ 9. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา 10. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี 11. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย 12. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกันนี้ ได้มอบเกียรติบัตรประกาศขึ้นบัญชี “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ประจำปีพุทธศักราช 2568 จำนวน 28 รายการ (24 คน) และกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัลและผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติทุกท่าน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการร่วมมือกันอนุรักษ์ ส่งเสริม และขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติต่อไป

“ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น รวมถึงผู้ที่ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รางวัลที่ทุกท่านได้รับในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโล่หรือเกียรติบัตรเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึง ความตั้งใจ ความทุ่มเท และผลงานที่ทุกท่านได้ทำเพื่อศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย ผลงานของทุกท่านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งที่ดีงามของไทยไว้ และในขณะเดียวกันก็ช่วยนำทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้มาต่อยอดให้เกิดคุณค่าและประโยชน์กับสังคมและประชาชน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวแสดงความยินดี

นางสาวซาบีดา กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจกระทรวงวัฒนธรรมที่มุ่งขับเคลื่อนการตามกรอบนโยบาย 5C+1 และแนวคิด “ไท ไทย” โดยมีวิสัยทัศน์สำคัญ คือ “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน” การนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากเหง้าและอัตลักษณ์ที่มีคุณค่าของคนไทย มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมวธ. จึงเชื่อมั่นว่า หากเราทุกคนร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ และเครือข่ายทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ เราจะสามารถช่วยกันทำให้วัฒนธรรมไทยเป็นพลังสำคัญในการพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ และที่สำคัญ เราจะสามารถร่วมกัน สืบสานสิ่งที่ดีงาม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และนำวัฒนธรรมไทยไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน