ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย ยอดประชาชนผู้ขอรับบริการสาธารณสุขในพื้นที่น้ำท่วมสูงขึ้นต่อเนื่อง ทีมแพทย์ดูแลกลุ่มเปราะบางแล้วกว่า 70,000 ราย สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ไปแล้วกว่า 1.5 แสนรายการ สั่งเฝ้าระวังฝนตกหนักรอบใหม่ เร่งกระจายยาจำเป็นตรงถึงหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ ประสาน อย.-องค์การเภสัชกรรม สำรองทรัพยากรหนุนต่อเนื่อง

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC-1) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้ดูแลสุขภาพอนามัยผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด เน้นกลุ่มเปราะบาง พร้อมเร่งกระจายยารักษาน้ำกัดเท้าให้เข้าถึงประชาชน ตลอดจนสำรองยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เพียงพอ สำหรับภาพรวมพื้นที่ประสบอุทกภัย ล่าสุด เพิ่มขึ้นมาอีก 1 จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี รวม 26 จังหวัด โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมแพทย์ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้นเป็น 70,881 ราย ให้บริการรวม 16,538 ครั้ง สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์รวม 152,955 รายการ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้ามากที่สุด รองลงมา คือ ยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเข้าสนับสนุนศูนย์พักพิงฯ ที่ยังคงเปิด ณ ปัจจุบัน รวม 343 แห่ง ใน 16 จังหวัด มีผู้รับบริการรวม 11,426 คน ขณะที่สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเป็น 114 แห่ง ยังคงเปิดบริการตามปกติ 56 แห่ง ให้บริการบางส่วน 8 แห่ง และหยุดบริการ 50 แห่ง
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศและพายุหมุนเขตร้อน โดย กรมอุตุนิยมวิทยา ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ 5-7 และ 11-12 ตุลาคม นี้ จึงได้กำชับให้จังหวัดพื้นที่เสี่ยงประเมินสถานการณ์และพิจารณายกระดับ PHEOC ตามระดับความเสี่ยงและผลกระทบ พร้อมทบทวนแผนเผชิญเหตุและแผนความต่อเนื่อง (BCP), ติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่อระบบบริการอย่างใกล้ชิด, เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและลดผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง เตรียมแผนสำรองด้านสถานที่ ระบบสาธารณูปโภค การสื่อสาร การขนส่ง และเส้นทางส่งต่อ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการ, เร่งดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยที่ต้องรับบริการต่อเนื่อง พร้อมจัดระบบบริการเชิงรุก, สำรองยา เวชภัณฑ์ และทรัพยากรที่จำเป็นให้เพียงพอ พร้อมกระจายยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการดูแลประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมถึงหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ, ประสานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง








