“จุลพันธ์” กำชับ สปส. เร่งช่วยผู้ประกันตนประสบภัยน้ำท่วม ย้ำสิทธิรักษาพยาบาล–สิทธิประโยชน์ พร้อมดูแลผู้ป่วยโรคไตและครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำชับสำนักงานประกันสังคม ดูแลผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างทั่วถึง พร้อมเร่งตรวจสอบสิทธิและดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและครอบครัวอย่างเต็มที่

ด้าน นางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากรายงานผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 28–29 กันยายน 2569 สำนักงานประกันสังคมได้จ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนและครอบครัว รวมทั้งสิ้น 475,057.54 บาท เหตุจากผู้ประกันตนเสียชีวิต 2 ราย ประกอบด้วยค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินสะสมกรณีชราภาพ และแสดงความห่วงใยผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ พร้อมเตือนให้ระมัดระวังโรคและอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม โดยผู้ประกันตน ไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล หากไม่สามารถเดินทางไปรับบริการที่สถานพยาบาลตามสิทธิ สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลอื่นได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยเฉพาะกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับบาดเจ็บที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ โดยสำนักงานประกันสังคมให้ความคุ้มครองภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง โดยไม่นับรวมวันหยุดราชการ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนกรณีฉุกเฉินวิกฤตซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใกล้ที่สุดทันที เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยสิทธิและการคุ้มครองเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลต่อการดำรงชีวิตและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ผู้ประกันตนที่มีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ เจ็บคอ มีแผลหรือตุ่มในปาก หรือมีผื่นและตุ่มบริเวณมือ เท้า หรือร่างกาย ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วม เช่น โรคมือ เท้า ปาก

นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมยังมีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตและรับยา Erythropoietin อย่างต่อเนื่อง โดยกรณีเกิดภัยพิบัติ ผู้ประกันตนสามารถยื่นเรื่องเกินกำหนด 30 วันได้ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในช่วงภัยพิบัติ สามารถฟอกเลือดได้ตามความจำเป็น แม้ใช้เวลาน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อครั้ง หรือมีความถี่ในการฟอกเลือดน้อยกว่าหรือมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และสามารถยื่นเบิกค่าบริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากมีหลักฐานแสดงถึงความจำเป็น สามารถเบิกค่าฟอกเลือดเพิ่มเติมได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อครั้ง ส่วนผู้ประกันตนที่ได้รับการปลูกถ่ายไต สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม หรือสถานพยาบาลอื่นที่สะดวกได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตไม่เนื่องจากการทำงาน ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ครอบครัวมีสิทธิได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพพร้อมผลตอบแทน และเงินสงเคราะห์กรณีตายตามหลักเกณฑ์สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 สิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตแตกต่างกันตามทางเลือก ได้แก่ ทางเลือกที่ 1 ค่าทำศพ 25,000 บาท ทางเลือกที่ 2 ค่าทำศพ 25,000 บาท และหากส่งเงินสมทบมาแล้ว 60 เดือนก่อนเสียชีวิต ได้รับเพิ่ม 8,000 บาท และทางเลือกที่ 3 ค่าทำศพ 50,000 บาท

นางสาวจีระภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง ผู้ประกันตน และครอบครัวผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบ รับทราบปัญหาและความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย และพร้อมอยู่เคียงข้างผู้ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาให้ผู้ประกันตนและครอบครัวสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิการรักษาพยาบาลและหลักเกณฑ์การใช้สิทธิในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานประกันสังคมพร้อมให้คำแนะนำและประสานการให้บริการแก่ผู้ประกันตนอย่างเต็มที่