เปิดดาวน์โหลดแล้ว! 2 แนวปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัย CCTV ของไทย ครอบคลุมระบบทั่วไป–CCTV ที่ใช้ AI มุ่งสู่ Trusted CCTV Ecosystem

วางกรอบดูแลความมั่นคงปลอดภัยตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบ จัดซื้อ ติดตั้ง ใช้งาน บริหารช่องโหว่ จนถึงเลิกใช้งาน พร้อมแนวทางเฉพาะสำหรับ AI-Enabled CCTV

30 กันยายน 2569 – ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed-Circuit Television: CCTV) ได้พัฒนาจากระบบบันทึกภาพแบบแยกส่วน สู่ระบบที่เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย Cloud ระบบสารสนเทศ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น ทำให้ CCTV กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีบทบาทต่อการรักษาความปลอดภัย การเฝ้าระวัง และการสนับสนุนภารกิจของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงก็ขยายจากความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพไปสู่ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ความเป็นส่วนตัว การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความพร้อมใช้งานของระบบ

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับสมาคมระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะไทย (iCA) จึงเปิดเผยแพร่แนวปฏิบัติสำหรับประเทศไทย 2 ฉบับ ได้แก่ “แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (Thailand CCTV Security Guidelines: TCSG)” และ “แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย (Thailand AI-Enabled CCTV Security Guidelines)” เพื่อเป็นกรอบกลางให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบท ระดับความสำคัญ และความเสี่ยงของระบบ

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อ CCTV เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลมากขึ้น การดูแลความมั่นคงปลอดภัยต้องครอบคลุมมากกว่าตัวอุปกรณ์ และต้องพิจารณาทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง “เราอยากให้แนวปฏิบัตินี้ถูกนำไปใช้จริง เพื่อให้กล้องวงจรปิดสร้างประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ออกแบบไว้ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และช่วยกันวางรากฐานระบบ CCTV ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและเชื่อถือได้สำหรับประเทศไทย”

สำหรับ Thailand CCTV Security Guidelines (TCSG) ให้ความสำคัญกับการบริหารความมั่นคงปลอดภัยแบบ End-to-End ตลอดวงจรชีวิตของระบบ ตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์และความต้องการ การออกแบบ การจัดซื้อจัดจ้าง การติดตั้งและตรวจรับ การใช้งาน การบำรุงรักษาและเฝ้าระวัง การจัดการช่องโหว่และตอบสนองต่อเหตุการณ์ ไปจนถึงการเลิกใช้อุปกรณ์และการจัดการข้อมูล โดยอ้างอิงหลักการบริหารตามผลกระทบและความเสี่ยง มาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล ตลอดจนกฎหมายและข้อกำหนดของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง

แนวปฏิบัติสามารถประยุกต์ใช้ได้กับผู้เกี่ยวข้องตลอด Ecosystem ทั้งเจ้าของระบบและองค์กรผู้ใช้งาน ผู้ดูแลระบบ ผู้ติดตั้งและผู้รวมระบบ ผู้ให้บริการ ผู้ผลิตและผู้จำหน่าย ผู้จัดซื้อ ผู้กำกับดูแลและผู้ตรวจประเมิน รวมถึงประชาชนและผู้ใช้งานระบบขนาดเล็ก โดยไม่ใช้แนวทางแบบ One Size Fits All แต่ให้พิจารณาตาม Risk, Scale และ Context ของแต่ละระบบ

ขณะเดียวกัน Thailand AI-Enabled CCTV Security Guidelines จัดทำขึ้นเพื่อรองรับระบบ CCTV ที่มีการใช้ AI ซึ่งมีลักษณะ ความเสี่ยง และข้อควรคำนึงเพิ่มเติมจากระบบทั่วไป เพื่อให้การนำ AI มาใช้กับ CCTV สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสมและมีความมั่นคงปลอดภัย

ดร.ณัฐวุฒิ ปิ่นทองคำ รองประธานคณะทำงานโครงการ Thailand CCTV Security Guideline (TCSG) และกรรมการสมาคมระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะไทย (iCA) กล่าวว่า “วันนี้เราเดินทางจาก Challenge มาสู่ Guideline แล้ว แต่ Journey ที่สำคัญกว่ากำลังเริ่มต้นขึ้น นั่นคือการเปลี่ยน Guidance ให้เป็น Action เพราะ Guideline จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้จริง และ Trusted CCTV Ecosystem ไม่สามารถสร้างได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน”

ทั้งนี้ แนวปฏิบัติทั้งสองฉบับ ไม่ผูกกับผู้ผลิต ยี่ห้อ ผลิตภัณฑ์ รูปแบบการติดตั้ง หรือเทคโนโลยีใดเป็นการเฉพาะ การนำไปใช้ควรเหมาะสมและได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ บริบท ระดับความสำคัญ และความเสี่ยงของระบบ โดยแนวปฏิบัติเป็นข้อเสนอแนะสำหรับผู้เกี่ยวข้อง ไม่มีสภาพบังคับใช้ และไม่สามารถใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ สัญญา หรือข้อกำหนดอื่นที่มีผลใช้บังคับ

การเผยแพร่แนวปฏิบัติทั้งสองฉบับจึงเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนจาก Guidelines สู่ Implementation เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้าง Trusted CCTV Ecosystem และวางรากฐานระบบ CCTV ของประเทศไทยให้มีความมั่นคงปลอดภัย เชื่อถือได้ และพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคต

ดาวน์โหลดแนวปฏิบัติทั้ง 2 ฉบับได้แล้ววันนี้ที่ https://dg.th/muzoc94t0p