กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมเอ็มเสิร์ท (MSERT) ลงพื้นที่น้ำท่วมจากผลกระทบฝนตกหนักต่อเนื่อง สำรวจความเสียหายและเร่งฟื้นฟูสถานพยาบาลภาครัฐ 5 แห่งที่ได้รับผลกระทบ ให้กลับมาบริการประชาชนในพื้นที่ได้โดยเร็ว ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ระยอง และปราจีนบุรี

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้สถานบริการสาธารณสุขในหลายพื้นที่ประสบเหตุอุทกภัย กรม สบส. จึงมอบหมายให้กองวิศวกรรมการแพทย์ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 และ 6 เร่งส่งทีมสนับสนุนระบบบริการด้านสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน หรือทีม MSERT เข้าสำรวจ และประเมินความเสียหายสถานพยาบาลภาครัฐที่ได้รับผลกระทบ โดยเบื้องต้นพบโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ 4 แห่ง ได้แก่ 1)จังหวัดนครนายก จำนวน 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลนครนายก และโรงพยาบาลองครักษ์ ซึ่งจากการตรวจสอบและประเมินเบื้องต้นพบว่าระบบก๊าซทางการแพทย์ ระบบน้ำใช้ ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และระบบบำบัดน้ำเสีย ยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จึงได้วางแนวทางป้องกันและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์มิให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการ 2)จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ซึ่งมีน้ำจากพื้นที่กบินทร์บุรีเข้าไปในโรงพยาบาลส่งผลให้ระบบประปา ระบบน้ำเสียอยู่ในภาวะวิกฤติ ส่วนระบบไฟฟ้ามีความเสี่ยง และระบบก๊าซทางการแพทย์ต้องเตรียมแผนรองรับ และ 3)จังหวัดระยอง จำนวน 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลบ้านค่าย พบหม้อแปลง 1 ลูก และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 1 เครื่องใช้งานไม่ได้ ปั๊มสูบน้ำระบบหอถังสูง ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบปรับอากาศ/ระบายอากาศ ห้องแยกโรค 5 ห้อง รถพยาบาล ถูกน้ำท่วมไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนระบบก๊าซทางการแพทย์ และหน่วยจ่ายกลางมีน้ำท่วมขังแต่ยังใช้งานได้ และโรงพยาบาลแกลง พบเครื่องปั่นไฟ 2 เครื่องได้รับความเสียหาย ซึ่งทีม MSERT จะเร่งประเมินสถานการณ์ ผลกระทบ และจัดเตรียมกำลังช่างฉุกเฉิน (ประปา ไฟฟ้า น้ำเสีย) เข้าดำเนินการฟื้นฟู โดยจะรวบรวมข้อมูลความเสียหาย มาประกอบการวางแผนซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบสนับสนุนบริการทางการแพทย์ รวมถึงพื้นที่อาคารและพื้นที่ให้บริการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้กลับมาให้บริการประชาชนและผู้ป่วยในพื้นที่ได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ กรม สบส. ยังให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายหลังน้ำลด โดยเฉพาะความเสียหายที่อาจไม่สามารถตรวจพบได้จากการสำรวจด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว จึงต้องมีการทดสอบระบบและอุปกรณ์ตามหลักวิชาการก่อนนำกลับมาใช้งาน เพื่อป้องกันอันตรายและลดโอกาสเกิดความเสียหายซ้ำจะดำเนินการติดตาม ประสานงาน และสนับสนุนการฟื้นฟูระบบสนับสนุนบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องตามภารกิจและขอบเขตความรับผิดชอบ โดยมุ่งให้สถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างปลอดภัย มีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสามารถรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์









