รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้ดูแลสุขภาพ อนามัยผู้ประสบภัยใกล้ชิด เน้นกลุ่มเปราะบาง ทั้งในศูนย์พักพิง และผู้ที่ไม่ประสงค์ย้ายออกจากพื้นที่ประสบภัย ระดมยา เวชภัณฑ์จัดชุดช่วยเหลือประชาชน ทั้งสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ประชาชนทั่วไป แจกจ่ายในพื้นที่ประสบภัย ส่งหน่วยแพทย์เข้าจัดบริการในพื้นที่และศูนย์พักพิง พร้อมให้สถานบริการสำรวจความเสียหายรองรับแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

วันที่ 30 กันยายน 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้ง จัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข สุขอนามัยประชาชนในศูนย์พักพิง พร้อมทั้งให้คำแนะนำป้องกันโรคฉี่หนู เฝ้าระวังติดตามดูแลกลุ่มเปราะบาง รวมถึงประชาชนที่ไม่ประสงค์อพยพที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงริมตลิ่งอย่างใกล้ชิด สำรวจและประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมขังที่เริ่มเน่าเสีย พร้อมวางแผนรับมือแก้ไขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้านกรมวิชาการต่างๆ ในกำกับของกระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจระดมทรัพยากร ยา เวชภัณฑ์ เพื่อเตรียมชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และบุคคลทั่วไป แจกจ่ายในพื้นที่ประสบภัย ภาพรวมตั้งแต่วันที่ 22-30 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางดูแลเพิ่มขึ้นเป็น 52,299 ราย เป็นผู้สูงอายุมากที่สุด 39,100 ราย ให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวม 45,363 ครั้ง สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์รวม 73,436 รายการ เป็นยารักษาน้ำกัดเท้ามากที่สุด 35,268 หลอด และเข้าสนับสนุนศูนย์พักพิง 838 แห่ง ใน 13 จังหวัด รองรับได้ 212,777 คน มีผู้รับบริการสะสม 10,352 คน

นายแพทย์สมฤกษ์กล่าวต่อว่า สถานการณ์อุทกภัยได้รับรายงานวันนี้ ภาพรวมใน 25 จังหวัด มีสถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบรวม 84 แห่ง ใน 14 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็น รพ.สต. 63 แห่ง โรงพยาบาล 11 แห่ง สาธารณสุขอำเภอ 6 แห่ง หน่วยบริการปฐมภูมิ 3 แห่ง และ สสจ. 1 แห่ง โดยยังคงเปิดบริการตามปกติ 36 แห่ง ให้บริการบางส่วน 9 แห่ง และหยุดบริการ 39 แห่ง โดยเขตสุขภาพที่ได้รับผลกระทบมากคือ เขตสุขภาพที่ 6 จังหวัดปราจีนบุรี ระยอง ซึ่งต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่ปลอดภัย โดย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ได้ส่งต่อผู้ป่วยกระจายไปยัง รพ.ค่ายจักรพงษ์ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ รพ.ชลบุรี รพ.พัทยาปัทมคุณ รพ.พุทธโสธร รพ.นครนายก รพ.กบินทร์บุรี และเตรียมพร้อมตั้ง รพ.สนามเพิ่มเติม ส่วน รพ.แกลง จ.ระยอง ได้ส่งต่อไปยัง รพ.ระยอง รพ.วังจันทร์ รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ และ รพ.บ้านฉาง ด้านเขตสุขภาพที่ 5 ให้สถานพยาบาลในจังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เฝ้าระวังเฝ้าระวังน้ำท่วมจากการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ และเขตสุขภาพที่ 4 จังหวัด ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เฝ้าระวังการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา
ทั้งนี้ ขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 4 5 6 และ 9 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม สำรวจและประเมินความเสียหายของสถานบริการ ระบบบริการทางการแพทย์และงานสาธารณสุข เพื่อวางแผนรองรับการฟื้นฟูระบบบริการและสุขอนามัยหลังน้ำลดต่อไป







