จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัดซึ่งส่งผลกระทบในพื้นที่ 25 จังหวัด และ กทม. 50 เขต ครอบคลุมกว่า 1.7 แสนครัวเรือน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชน ต่อสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน 5 เสือ บูรณาการความช่วยเหลือ เร่งระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมบูรณาการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนสถานประกอบการ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนแล้ว พร้อมกำชับให้ นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของผู้ประกันตน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเร่งดำเนินการเยียวยา โดยจ่ายสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่โดยเร็วที่สุด จากการตรวจสอบเบื้องต้น ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว พบผู้เสียชีวิต 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 จำนวน 1 ราย ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก 1 รายเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ส่วนผู้เสียชีวิตรายอื่นไม่พบสถานะการเป็นผู้ประกันตน และมี 1 รายที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันตัวบุคคล สำหรับจังหวัดจันทบุรี มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยและเหตุที่เกี่ยวเนื่องรวม 3 ราย จากการตรวจสอบพบว่า 2 รายไม่เป็นผู้ประกันตน ส่วนอีก 1 รายเคยเป็นผู้ประกันตน โดยสำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและสิทธิที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์
สำหรับมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยจากประกันสังคม ครอบคลุมทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และครอบครัวผู้ประกันตน โดยมีแนวทาง ดังนี้
1. ว่างงานจากเหตุสุดวิสัย เมื่อเกิดภัยพิบัติธรรมชาติทำให้นายจ้างหยุดกิจการ หรือผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 180 วัน
2. สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน (ระยะที่ 3 พ.ศ. 2568–2569) สำหรับสถานประกอบการที่ต้องการรักษาการจ้างงาน ร่วมกับ ธนาคาร 7 แห่ง วงเงินโครงการรวม 30,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับกรณีมี/ไม่มีหลักประกัน
3. กรณีเสียชีวิตไม่เนื่องจากการทำงานหากผู้ประกันตนเสียชีวิต ครอบครัวได้รับการดูแลตามมาตราผู้ประกันตนมาตรา 33 / 39 จะได้รับเงินค่าทำศพ 50,000 บาท – เงินบำเหน็จชราภาพพร้อมผลตอบแทน – เงินสงเคราะห์กรณีตาย (สำหรับผู้ประกันตนที่มีการส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 36 เดือนขึ้นไป) สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 – ทางเลือกที่ 1 ค่าทำศพ 25,000 บาท – ทางเลือกที่ 2 ค่าทำศพ 25,000 บาท (ส่งเงินสมทบมาแล้ว 60 เดือน ก่อนเสียชีวิต ได้รับเพิ่ม 8,000 บาท ) – ทางเลือกที่ 3 ค่าทำศพ 50,000 บาท
4. กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือบาดเจ็บ ผู้ประกันตนที่ไม่สามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลอื่น คุ้มครองภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมงโดยไม่นับรวมวันหยุดราชการ นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต และรับยา Erythropoietin เป็นประจำ โดยยื่นเรื่องเกิน 30 วันได้ หากเป็นกรณีโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและเกิดขึ้นในช่วงภัยพิบัติ ฟอกไตได้ตามความจำเป็น แม้ใช้เวลาน้อยกว่า 4 ชั่วโมง/ครั้ง หรือฟอกน้อยกว่า–มากกว่า 2 ครั้ง/สัปดาห์ โดยสามารถยื่นเบิกค่าบริการได้ ค่าฟอกไตเพิ่มเติม เบิกได้ตามจริงไม่เกิน 2,000 บาท/ครั้ง หากมีหลักฐานแสดงความจำเป็น หลังปลูกถ่ายไต สามารถเข้ารับการรักษาได้ทั้ง สถานพยาบาลคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม หรือ สถานพยาบาลอื่นที่สะดวก
นางสาวกาญจนา กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนได้กำชับให้ประกันสังคมจังหวัดทั่วประเทศ ดูแลพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม และเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงยังชีพให้ผู้ประกันตนและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมที่ประสบภัย พร้อมเข้าดูแลสิทธิประโยชน์แก่ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน และรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบด้านอุกทกภัย เพื่อเร่งเยียวยาตามภารกิจของกระทรวงแรงงาน ในการช่วยเหลือฟื้นฟูสถานการณ์น้ำท่วม ให้พี่น้องผู้ประกันตน ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างเร็วที่สุด

