
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยผลการประเมินเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 26 ก.ย. 2569* ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 22.67 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.65 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา* โดยในสัปดาห์นี้ ภาพรวมการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่ขยายตัวในหลายตลาด ได้แก่ ไต้หวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.25 จากสัปดาห์ก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากวันหยุดเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ ส่งผลให้ไต้หวันขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 จากอันดับ 6 ในสัปดาห์ก่อน ขณะที่จีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.62 เนื่องจากเทศกาลไหว้พระจันทร์ทำให้มีวันหยุดต่อเนื่อง และการเดินทางก่อนช่วงวันหยุดวันชาติจีน ซึ่งเป็นวันหยุด Golden Week ในสัปดาห์ถัดไป และเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.73 จากสัปดาห์ก่อน จากการมีวันหยุดเทศกาล Chuseok ส่วนกลุ่มตลาดระยะไกลโดยรวมชะลอตัว เนื่องจากตลาดส่วนใหญ่มีการเดินทางลดลงในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มปกติของการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 482,751 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 18,551 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.00 คิดเป็นนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 68,964 คนต่อวัน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (94,343 คน) มาเลเซีย (60,254 คน) อินเดีย (40,284 คน) ญี่ปุ่น (24,853 คน) และไต้หวัน (24,135 คน) โดยนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.62 อินเดียเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.00 และไต้หวันเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.25 จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียลดลงร้อยละ 13.00 และญี่ปุ่นลดลงร้อยละ 18.50 จากสัปดาห์ก่อน
สำหรับสัปดาห์ถัดไปคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากการมีวันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ โดยจีนเข้าสู่ช่วงวันหยุดวันชาติจีน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุด Golden Week เกาหลีใต้มีวันหยุด National Foundation Day และฮ่องกงมีวันหยุด National Day
สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.ย. 2569 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 26 ก.ย. 2569* ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมทั้งสิ้น 22,666,429 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว 1,105,407 ล้านบาท* โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (3,822,928 คน) มาเลเซีย (2,891,908 คน) อินเดีย (1,680,725 คน) รัสเซีย (1,249,801 คน) และเกาหลีใต้ (831,716 คน)

