ปราจีนฯ ระดับน้ำยังเพิ่มต่อเนื่อง “พัฒนา” ประสานกองทัพภาคที่ 1 – มหาดไทยส่งกำลังช่วย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทยอยลำเลียงผู้ป่วยหนักไป รพ.ค่ายฯ เตรียมพร้อมหากสถานการณ์วิกฤต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผย จ.ปราจีนบุรี แนวโน้มระดับน้ำยังสูงขึ้น รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เสี่ยงกระทบระบบไฟฟ้าและการดูแลผู้ป่วยวิกฤต เปิดใช้แผนเผชิญเหตุ พร้อมประสานกองทัพภาคที่ 1 และมหาดไทยสนับสนุนการทยอยส่งต่อผู้ป่วยหนักกลุ่มสีแดงไปยัง รพ.ค่ายจักรพงษ์ เพื่อผ่องถ่ายภารกิจดูแลผู้ป่วย ให้พร้อมรับมือหากสถานการณ์เข้าสู่วิกฤต

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ว่า ขณะนี้ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคืนนี้ยังมีการปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำ/เขื่อนในพื้นที่กบินทร์บุรีด้วย จึงมีความเสี่ยงที่น้ำจะท่วมเข้าโรงพยาบาลจนส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยได้ โดยขณะนี้มีผู้ป่วยในระดับสีแดงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 52 ราย ซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุดหากระบบไฟฟ้าหรือออกซิเจนมีปัญหา ส่วนผู้ป่วยระดับสีส้มมี 10 ราย และปานกลางสีเหลือง 92 ราย โรงพยาบาลจึงได้เปิดใช้แผนเผชิญเหตุ เพื่อผ่องถ่ายภารกิจและเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต โดยตนได้ประสานกับทางกองทัพภาคที่ 1 และมหาดไทยให้สนับสนุนกำลังคนและยานพาหนะในการทยอยลำเลียงผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ เน้นกลุ่มผู้ป่วยสีแดงเป็นชุดแรก ส่วนผู้ป่วยสีส้มและสีเหลืองจะพิจารณาเป็นชุดต่อไป รวมทั้งได้ประสานทหารตำรวจเตรียมเฮลิคอปเเตอร์ที่บินกลางคืนได้เพื่อสนับสนุนในการส่งต่อหากจำเป็นด้วย

ด้าน นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า ตามแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินของโรงพยาบาล จะมีการประเมินสถานการณ์เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ทันท่วงที โดยจะทยอยผ่องถ่ายผู้ป่วยตามลำดับความรุนแรงของอาการ ซึ่งขณะนี้เขตสุขภาพที่ 6 ได้จัดทีมแพทย์เข้าไปเสริมและสร้างเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยแล้ว ส่วนบริการทางการแพทย์อื่นๆ ได้รับรายงานว่าโรงพยาบาลยังเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งแผนกผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และห้องฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง หากเจ็บป่วยฉุกเฉินยังสามารถติดต่อสายด่วน 1669 ได้ ส่วนผู้ป่วยที่มีนัดหมายสามารถรับบริการได้ตามวันและเวลานัดหมายเดิม หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงโรงพยาบาลจะติดต่อผู้รับบริการโดยเร็วที่สุด กรณีที่ไม่สามารถมาตามนัดและประสงค์เลื่อนนัดหรือต้องการสอบถามข้อมูลการรับยา/บริการต่างๆ โรงพยาบาลมีการประกาศแจ้งช่องทางติดต่อให้ประชาชนรับทราบแล้ว ส่วนกรณีผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง หากไม่สามารถเดินทางมารับยาได้ สามารถติดต่อที่ รพ.สต.ใกล้บ้านแทน