“รมว.สุชาติ” ห่วงใยประชาชน สั่ง คพ. รุกตรวจสิ่งแวดล้อม Data Center ประเดิม “เทเลเฮ้าส์” ห้วยขวาง พบเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน น้ำทิ้งไม่พบปนเปื้อนน้ำมัน–VOCs

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินหน้าตรวจวัดและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) อย่างรอบด้าน ขานรับนโยบายรัฐบาลและแนวทางของ กทม. เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชน ชุมชน และพื้นที่โดยรอบ โดยเริ่มตรวจแห่งแรกที่บริษัท เทเลเฮ้าส์ (ประเทศไทย) จำกัด เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ. ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในและโดยรอบสถานประกอบการ Data Center “เทเลเฮ้าส์” เมื่อวันที่ 21–22 กันยายน 2569 ครอบคลุม เสียง มลพิษทางอากาศ น้ำทิ้ง และความร้อน เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบจากการดำเนินกิจการ Data Center

ผลการตรวจวัดเสียง ณ บริเวณที่พักอาศัยของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง จำนวน 1 จุด ระหว่างวันที่ 21 – 22 กันยายน 2569 พบว่า มีค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เท่ากับ 61.5 เดซิเบลเอ ไม่เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด (มาตรฐานไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ) ค่าระดับเสียงสูงสุด เท่ากับ 77.6 เดซิเบลเอ ไม่เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด (มาตรฐานไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ) และค่าระดับเสียงรบกวน มีค่าอยู่ระหว่าง 2.3 – 6.1 เดซิเบลเอ ไม่เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด (มาตรฐานไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ)

ขณะที่น้ำทิ้ง ไม่พบการปนเปื้อนของน้ำมัน ไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ไม่พบค่าความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือการลุกติดไฟ (LEL) และไม่พบก๊าซ H₂S และได้เก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางเคมีชั้นสูงในห้องปฏิบัติการอยู่ระหว่างรอผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ คาดว่าจะทราบผลภายใน 7–14 วัน

ในส่วนของผลการตรวจวัดอุณหภูมิความร้อน ณ บริเวณภายในและภายนอกบริษัทฯ ด้วยกล้องอินฟราเรด พบว่า อุณหภูมิภายนอกไม่ได้รับผลกระทบ จากความร้อนที่เกิดจากการประกอบกิจการ โดยอุณหภูมิภายนอกที่ตรวจวัดได้มีค่าใกล้เคียงกับอุณหภูมิในบรรยากาศโดยทั่วไป

คพ. จะนำผลการตรวจวัดและข้อมูลที่ได้ไปใช้จัดทำแนวทางและมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจการ Data Center รวมถึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำกับดูแลผู้ประกอบการ และบูรณาการร่วมกับ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลกิจการศูนย์ข้อมูลให้เหมาะสมกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมกับการดูแลเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ดร.สุรินทร์ กล่าว