1. สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.สุโขทัย (117) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา (93) ภาคกลาง จ.ปทุมธานี (76) ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี (174) ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (51) และ ภาคใต้ จ.นราธิวาส (59)
2. วันนี้ : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
3. สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยา
ภูมิพล: มีปริมาณน้ำ 8,202 ล้าน ลบ.ม. (61%)
สิริกิติ์: มีปริมาณน้ำ 7,486 ล้าน ลบ.ม. (79%)
แควน้อยบำรุงแดน: มีปริมาณน้ำ 572 ล้าน ลบ.ม. (61%)
ป่าสักชลสิทธิ์: มีปริมาณน้ำ 570 ล้าน ลบ.ม. (65%)
4. ประกาศแจ้งเตือน: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศฉบับที่ 5/2569 เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 22-26 ก.ย. 69 โดย สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากข้อมูลฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ประกอบกับการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง ในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ศรีสะเกษ ภาคกลาง จ. ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี และราชบุรี และภาคใต้ จ.ระนอง สงขลา และนราธิวาส
2. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน แม่น้ำวังทอง จ.พิษณุโลก แม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี คลองพระสทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี คลองกะเปอร์ จ.ระนอง แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส
3. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500 ลบ.ม./วินาที จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.75 – 1.25 ม. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณ จ.ชัยนาท (อ.สรรพยา) จ.สิงห์บุรี (อ.อินทร์บุรี) จ.อ่างทอง (อำเภอเมืองอ่างทอง และวิเศษชัยชาญ) จ.พระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาลพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร) และ จ.ปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และสามโคก)
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชน
ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

