
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดี พร้อมมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการประมง ในงาน “วันสถาปนากรมประมง ครบรอบปีที่ 100” ภายใต้แนวคิด “ใต้ร่มพระบารมี 100 ปีกรมประมง ในน้ำมีปลา สร้างคุณค่าสู่ความมั่นคงทางอาหาร” โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราว 100 ปีกรมประมง ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเปิดพื้นที่ Open House และตลาดประมงกลางกรุง ให้ประชาชนได้เรียนรู้ภารกิจด้านการประมง รับชมผลงาน และเลือกซื้อสินค้าจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การประมงไทยถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเป็นแหล่งอาหาร สร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยในปี 2568 ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมากกว่า 1,670,857.78 ตัน สร้างมูลค่ากว่า 223,145.21 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของภาคการประมงที่มีความสำคัญและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร กรมประมงในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลและพัฒนาภาคการประมง ตั้งแต่การบริหารจัดการทรัพยากร การส่งเสริมการผลิต การวิจัยและพัฒนา การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าประมง ตลอดจนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ได้น้อมนำพระราชดำริด้านการประมงที่พระบรมวงศานุวงศ์พระราชทานไว้ มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้น ในโอกาสครบรอบปีที่ 100 ของกรมประมง จึงได้จัดงานสถาปนาขึ้น ภายใต้แนวคิด “ใต้ร่มพระบารมี 100 ปีกรมประมง ในน้ำมีปลา สร้างคุณค่าสู่ความมั่นคงทางอาหาร” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อการพัฒนาภาคการประมงไทย พร้อมถ่ายทอดเส้นทางการทำงาน และผลงานของกรมประมงตลอดระยะเวลา 1 ศตวรรษ ให้ประชาชนและผู้สนใจได้เรียนรู้และเห็นถึงบทบาทของกรมประมงในการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดงานสถาปนากรมประมง ครบรอบปีที่ 100 กำหนดจัดขึ้น 2 วัน ระหว่างวันที่ 21 – 22 กันยายน 2569 โดยช่วงเช้าได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมประมง ครบรอบ 100 ปี สำหรับในช่วงบ่าย ยังได้รับเกียรติจากนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกล่าวแสดงความยินดี พร้อมมอบโล่รางวัล และประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการประมง ประจำปี 2569 จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ โล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นและสถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านการประมง จำนวน 15 รางวัล ประกาศนียบัตรอาสาสมัครประมงดีเด่น จำนวน 6 ราย และรางวัลประมงธงเขียว จำนวน 6 รางวัล อีกทั้ง ภายในงานยังมีการมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่บุคลากรกรมประมง และหน่วยงานในด้านต่าง ๆ อีก 13 ประเภท รวมกว่า 200 รางวัล ได้แก่ ข้าราชการและพนักงานราชการดีเด่น, ข้าราชการเกษียณอายุราชการ และลูกจ้างประจำเกษียณอายุราชการ , รางวัลเชิดชูเกียรติผลงานวิชาการโดดเด่น , รางวัลประมงอำเภอขวัญใจประชาชน , รางวัล DOF NEXT GEN INFLUENCER , รางวัล PIPO ไปปั้น , รางวัลศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกที่เป็นเลิศ (Ultimate PIPO) , รางวัลเลิศรัฐ , รางวัล Best Practice และรางวัลหน่วยงานเบิกจ่ายที่มีความเป็นเลิศด้านการเงินการคลัง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรผู้กระทำคุณประโยชน์ให้แก่กรมประมงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรกรมประมง ในวันที่ 22 กันยายน 2569 ยังมีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมประมง การทำบุญเลี้ยงพระ และพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ขณะเดียวกัน ยังเปิดบ้านต้อนรับประชาชนทั่วไป ให้เข้ามาเรียนรู้ และทำความรู้จักกับบทบาทการทำงานของกรมประมงในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การพัฒนาและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การบริหารจัดการทรัพยากร ไปจนถึงการอนุรักษ์ และสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศในหลากหลายมิติ ผ่านกิจกรรม “Flash Talk” จำนวน 18 เรื่อง อาทิ การเพาะเลี้ยงปลาไซบีเรียนสเตอร์เจียนในพื้นที่สูงของประเทศไทย นวัตกรรมระบบอนุบาลลูกปลาในน้ำไหลแบบอัจฉริยะ และ“Beyond What We See : เรื่องราวของสัตว์น้ำที่ซ่อนอยู่ใน DNA” เป็นต้น ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมและนิทรรศการมากมายให้ประชาชนได้ร่วมเรียนรู้ โดยมีไฮไลต์สำคัญ 3 โซนหลัก ได้แก่
โซนนิทรรศการ บริเวณหลังอาคารจุฬาภรณ์ โดยมี 6 นิทรรศการสำคัญ ได้แก่ 1.“ร้อยเรื่องราว 100 ปี กรมประมง” บอกเล่าประวัติการก่อตั้งและเรื่องราวสำคัญของกรมประมงตลอด 100 ปี 2.“หนึ่งศตวรรษแห่งพระมหากรุณาธิคุณ สู่การพัฒนาประมงไทยอย่างยั่งยืน” ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจด้านการประมงของพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมพัฒนาการงานประมงไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน 3.“สืบสานพระราชดำริ สร้างอาชีพ สู่การพัฒนาประมงอย่างยั่งยืน” นำเสนอฟาร์มทะเลตัวอย่าง และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยง พร้อมผลิตภัณฑ์มากมายจากสาหร่ายทะเล 4.“ร้อยปี ร้อยปลาไทย จากสายน้ำสู่ความมั่นคงทางอาหาร” จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดไทยกว่า 100 ชนิด ทั้งปลาพื้นถิ่น สัตว์น้ำเพาะพันธุ์ได้ สัตว์น้ำเศรษฐกิจ และสัตว์น้ำสวยงาม อาทิ ปลาร่องไม้ตับ ปลารากกล้วยจินดา และปลาหมูอารีย์ เป็นต้น 5.“สายน้ำแห่งชีวิต เสริมพลังชุมชนประมงท้องถิ่นสู่ความยั่งยืน” จัดแสดงโมเดลการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แหล่งอาหารธรรมชาติ รวมถึงโรงเรือนแปรรูปและตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ 6.“DOF Tech 100 Years ก้าวที่ 100 สู่ประมงดิจิทัล” เรียนรู้ภาคการประมงไทยผ่านเทคโนโลยี 360 องศา (AR, VR และ XR) อาทิ ฝูงวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ การผ่าตัดและกายวิภาคปลาเสมือนจริง และพิพิธภัณฑ์ประมงเสมือนจริง เป็นต้น
โซนตลาดประมงกลางกรุง บริเวณห้องประชุมอานนท์ โดยรวบรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร จากทั่วภูมิภาค มาจัดจำหน่ายสินค้าสด สะอาด และได้มาตรฐาน กว่า 36 ร้านค้า อาทิ ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังจระเข้ แจงลอน ปูกะตอยทอดกรอบ ปลาส้มป๊อป หนังปลาหมึก และอาหารทะเลแห้ง เป็นต้น ซึ่งแต่ละร้านได้นำสินค้าจากแหล่งผลิตมาให้ประชาชนได้เลือกซื้อ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของสินค้าประมงไทยจากแต่ละภูมิภาค ตลอดจนการจัดนิทรรศการและการจำหน่ายสินค้าจากภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) อาทิ อาหารทะเลสดแช่แข็ง อาหารทะเลแปรรูป อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ทูน่ากระป๋องหลากหลายรสชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ พร้อมทำความรู้จักบทบาทของภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประมงไทย นับเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าประมงคุณภาพดีในราคาพิเศษ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนสินค้าจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ
โซน Open House กรมประมงจัดพื้นที่การเรียนรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ รวม 4 แห่ง เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสการทำงานด้านการประมงในหลากหลายมิติ เพื่อนำไปต่อยอดด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ 1. กองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมง ณ อาคารปรีดา กรรณสูต ชวนเรียนรู้กระบวนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าประมงเพื่อการส่งออก พร้อมทดลองตรวจสารตกค้าง สิ่งแปลกปลอม และฮีสตามีนด้วยเครื่องมืออย่างง่าย 2. กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด ณ อาคารพรรณไม้น้ำ พบกับนิทรรศการ “พฤกษาในกระจกแก้ว : มหัศจรรย์แห่งพืชพรรณไม้น้ำ และกาลเวลา” ที่ผสานองค์ความรู้ นวัตกรรม และศิลปะ ถ่ายทอดเรื่องราวของพืชพรรณไม้น้ำในมุมมองที่น่าสนใจ 3. กองวิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์น้ำ ณ อาคารปลอดประสพ เปิดมุมมองนวัตกรรมอาหารสัตว์น้ำ ตั้งแต่การเปลี่ยนเศษเหลือทิ้งเป็นอาหารสัตว์น้ำแบบ Zero Waste Feed ไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์น้ำมีชีวิต พร้อมเรียนรู้การทำงานในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO/IEC 17025 4. กองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล ณ อาคารปลอดประสพ ถ่ายทอดภารกิจและผลงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเล อาทิ มาตรการดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำในช่วงฤดูมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนในพื้นที่อ่าวไทย
อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า…ตลอดระยะเวลา 100 ปี กรมประมงได้ขับเคลื่อนภารกิจด้านการประมงมาอย่างต่อเนื่อง การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้ผู้สนใจได้เห็นผลงานและพัฒนาการของกรมประมงตลอดหนึ่งศตวรรษ พร้อมเรียนรู้แนวทางการทำงานด้านการประมงในหลากหลายมิติ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นแนวคิดด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพ ตลอดจนสร้างความเข้าใจถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำและการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการประมงไทยสู่ความยั่งยืนต่อไป













