นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เน้นย้ำแนวทาง การขับเคลื่อน “ผังนโยบายระดับประเทศ” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อถ่ายทอดนโยบายระดับชาติสู่การพัฒนาในระดับภาค จังหวัด และเมืองหรือชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสร้างการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างสมดุลและยั่งยืน
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนดให้มีการจัดทำผังนโยบายระดับประเทศ เพื่อเป็นกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ของประเทศ ครอบคลุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาเมือง และชนบทอย่างสมดุล โดยผังนโยบายระดับประเทศจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติในทุกระดับพื้นที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดทำและการขับเคลื่อนผังนโยบายระดับประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนด้านความมั่นคง ตลอดจนแผนของกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ โดยยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ความเป็นธรรมเชิงพื้นที่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง พ.ศ. 2566 เป็นกรอบในการดำเนินงาน

ด้าน นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการวางและจัดทำผังนโยบายระดับประเทศตามที่พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนด เพื่อเป็นกรอบนโยบายการพัฒนาเชิงพื้นที่ของประเทศ โดยยึดหลักการบูรณาการทั้งในมิติเชิงนโยบายและเชิงพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาจากระดับประเทศสู่ระดับภาค จังหวัด และเมืองหรือชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับสาระสำคัญของผังนโยบายระดับประเทศ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่
(1) วัตถุประสงค์ของการวางและจัดทำผังนโยบายระดับประเทศ
(2) กรอบนโยบาย เป้าหมาย แผน และแผนผังทางกายภาพ เพื่อการพัฒนาหรือการอนุรักษ์ประเทศ และ
(3) มาตรการ วิธีดำเนินงาน หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และกรอบระยะเวลาในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้เป็นกรอบกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกัน

นายพงษ์นรา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ การประชุมกลุ่มย่อย ตลอดจนการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อให้ผังนโยบายระดับประเทศสะท้อนศักยภาพ ข้อจำกัด และความต้องการของพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม ปัจจุบัน กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เสนอผังนโยบายระดับประเทศต่อคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ ซึ่งได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และอยู่ระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อผังนโยบายระดับประเทศมีผลใช้บังคับ หน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้สอดคล้องกับผังนโยบายดังกล่าว ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ประสานงาน และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาเชิงพื้นที่ของประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ในตอนท้าย นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ความสำเร็จของผังนโยบายระดับประเทศจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่ของประเทศอย่างสมดุลลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในระยะยาว

