พัฒนาจันทบุรีรอบด้าน! “เจเศรษฐ์” เร่งซ่อมฝายบ้านปึก ควบคู่หนุน “เนินนางพญา-บ้านหัวแหลม” สร้างรายได้คนท้องถิ่น

17 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ติดตามภารกิจสำคัญด้านการบริหารราชการ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยมุ่งให้การพัฒนาพื้นที่เดินหน้าไปพร้อมกันทั้ง “ความปลอดภัยของประชาชน คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และศักยภาพด้านการท่องเที่ยว”

ช่วงเช้า มท.3 เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบ Video Conference ณ ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ก่อนเดินทางไปยังโรงแรมเคพีแกรนด์ จันทบุรี เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคกลาง ประจำปี 2569 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานบริการประชาชนในพื้นที่

มท.3 กล่าวถึงศักยภาพของผลไม้ใน จ.จันทบุรีว่า “จันทบุรีมีจุดแข็งที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะเรื่องผลไม้และทุเรียน ซึ่งถือเป็นของดีของเมืองจันท์ จากประสบการณ์ที่ผมมีโอกาสไปร่วมงานและพบเห็นสินค้าเกษตรจากหลายประเทศ ต้องบอกว่าทุเรียนของไทย โดยเฉพาะทุเรียนจากจันทบุรี มีคุณภาพที่โดดเด่นมาก และเท่าที่ผมได้สัมผัสมา ยังไม่เห็นที่ไหนที่จะเทียบคุณภาพของเราได้ นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของจันทบุรีที่เราต้องรักษาและต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม”

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมกับทางกระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ลงพื้นที่ ฝายน้ำล้นบริเวณวัดปึก หมู่ 7 บ้านปึก ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่และติดตามสถานการณ์ดินสไลด์ ตลิ่งถูกกัดเซาะ และฝายน้ำล้นชำรุด ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากน้ำไหลหลาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก

ก่อนหน้านี้ จังหวัดจันทบุรีได้ระดมกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับอำเภอมะขาม เทศบาลตำบลวังแซ้ม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 17 จันทบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันปฏิบัติการ

การดำเนินงานใช้ รถแม็คโคร 3 คัน รถบรรทุก 5 คัน และเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 50 คน พร้อมนำหิน เสาไฟฟ้า และบิ๊กแบ็กมาใช้ในการเบี่ยงทางน้ำและเสริมพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ตลิ่งและฝายได้รับความเสียหายเพิ่มเติม รวมถึงลดผลกระทบจากน้ำไหลหลากและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน

“การพัฒนาพื้นที่ต้องมองให้ครบทุกมิติ ทั้งเรื่องความปลอดภัย การบริหารจัดการน้ำ การดูแลประชาชน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีที่มีทั้งธรรมชาติ ชายทะเล สวนผลไม้ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เราต้องทำให้การพัฒนาเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง”

ภายหลังติดตามสถานการณ์ด้านน้ำและความปลอดภัย มท.3 เดินทางต่อไปยัง โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศชายฝั่งทะเล บ้านหัวแหลม (Skywalk จุดชมวิวเนินนางพญา) ตำบลสนามไชย อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการ

พื้นที่บริเวณเนินนางพญาและชายฝั่งจันทบุรีมีจุดเด่นทั้งภูมิทัศน์ทะเล ถนนเลียบชายฝั่ง และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า จุดชมวิวเนินนางพญาเป็นหนึ่งในจุดชมวิวสำคัญของเส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต และบริเวณใกล้เคียงยังมีบ้านหัวแหลมและเจดีย์กลางน้ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของภูมิทัศน์และวิถีชุมชนชายฝั่งจันทบุรี

มท.3 จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวในมิติที่มากกว่า “สถานที่ท่องเที่ยว” แต่ควรมองให้เป็น พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน ที่สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับร้านค้า อาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน การประมง วิถีชีวิต และเส้นทางท่องเที่ยวอื่น ๆ ของจังหวัด

แนวทางการพัฒนาพื้นที่จึงควรคำนึงถึงทั้ง ความสวยงาม อัตลักษณ์ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของชุมชน โดยออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์ชายฝั่ง ไม่ทำลายธรรมชาติ และสามารถเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัด

เพราะเสน่ห์ของจันทบุรีไม่ได้มีเพียงทะเล แต่ยังประกอบด้วย สวนผลไม้ ภูเขา น้ำตก ป่าชายเลน ชุมชนริมน้ำ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเมืองอัญมณี ซึ่ง ททท. ระบุว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี

มท.3 กล่าวว่า การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันไม่ควรเน้นเพียงการสร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่ต้องถามต่อว่า สร้างแล้วประชาชนได้อะไร ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ นักท่องเที่ยวมีเหตุผลที่จะเดินทางมาเพิ่มขึ้นหรือไม่ และพื้นที่สามารถดูแลรักษาได้ในระยะยาวหรือไม่

“จันทบุรีมีต้นทุนที่ดีอยู่แล้ว ทั้งธรรมชาติ ทะเล ภูเขา สวนผลไม้ วิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงอัตลักษณ์ด้านอัญมณี สิ่งสำคัญคือเราต้องนำต้นทุนเหล่านี้มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด

การพัฒนาพื้นที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องความสวยงาม แต่ต้องมองให้ครบทั้งความปลอดภัย การดูแลสิ่งแวดล้อม การเดินทาง การอำนวยความสะดวก และการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งและจุดชมวิวเนินนางพญา หากเราสามารถพัฒนาให้มีเอกลักษณ์ สวยงาม และกลมกลืนกับธรรมชาติ ก็สามารถยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด และเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวได้

การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีของ มท.3 จึงสะท้อนแนวทางการทำงานที่มุ่ง “แก้ปัญหาในวันนี้ พร้อมวางรากฐานสำหรับอนาคต” ตั้งแต่การดูแลความปลอดภัยของประชาชน การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ