กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้ง 17–20 กันยายน 2569 ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยพื้นที่ฝนหนักจะเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 17 กันยายน ก่อนขยับลงสู่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป ขอประชาชนติดตามพื้นที่เสี่ยงในแต่ละวันและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนสะสมและน้ำท่วมซ้ำซาก
ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 17–20 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยวันที่ 17 กันยายน ผลกระทบจะเริ่มบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พื้นที่ฝนหนักจะขยับลงมาบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น
สิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ คือพื้นที่เฝ้าระวังจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน วันที่ 17 กันยายน มีพื้นที่ฝนหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ขณะที่วันที่ 18 กันยายน พื้นที่ฝนหนักมากจะเน้นบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคใต้ตอนบน ก่อนที่ช่วงวันที่ 19–20 กันยายน พื้นที่เฝ้าระวังฝนหนักมากจะขยับมาเด่นบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดย วันที่ 20 กันยายน กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในพื้นที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมาก
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า ประชาชนไม่ควรพิจารณาเฉพาะฝนที่ตกในแต่ละวัน แต่ควรเฝ้าระวัง ฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ควรวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงเส้นทางลุ่มต่ำที่อาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้น
สำหรับทะเลอันดามัน คลื่นลมจะมีกำลังค่อนข้างแรง มีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะ เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17–20 กันยายน 2569
“ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เฝ้าระวังในแต่ละวัน เนื่องจากพื้นที่ฝนหนักจะเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ การติดตามข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางและเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบได้อย่างเหมาะสม” อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าว
กรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามสถานการณ์และปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลสภาพอากาศได้ที่ สายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

