สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 15 ก.ย. 69 เวลา 7.00 น.

1.สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค : ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี (150 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย (90 มม.) ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (43 มม.) ภาคตะวันออก จ.ตราด (56 มม.) ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี (118 มม.) และ ภาคใต้ จ.ชุมพร (99 มม.)

2. สถานการณ์ฝนวันนี้: ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก

คาดการณ์: ช่วงวันที่ 17 – 20 ก.ย. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเริ่มมีฝนลดลง ในขณะที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

3. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม: ปริมาณน้ำรวม: 70% ของความจุเก็บกัก (56,440 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 57% (32,319 ล้าน ลบ.ม.)

4. ประกาศแจ้งเตือน :
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศฉบับที่ 4/2569 เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 15–19 ก.ย. 69 โดย สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากข้อมูลฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ประกอบกับการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย ชัยภูมิ สกลนคร และนครพนม ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี และตราด ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี และภาคใต้ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี ชัยภูมิ สกลนคร จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี กระบี่ และระนอง
3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ ลำน้ำยวม จ.แม่ฮ่องสอน แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก บริเวณ จ.เชียงราย แม่น้ำน่าน บริเวณ จ.น่าน แม่น้ำเมย บริเวณ จ.ตาก แม่น้ำแควน้อย บริเวณ จ.พิษณุโลก แม่น้ำป่าสัก บริเวณ จ.เพชรบูรณ์ แม่น้ำสงคราม บริเวณจ.สกลนคร และแม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส บริเวณ จ.นราธิวาส

สทนช. เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มม. ในช่วงเวลา 24 ชม. และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด