มกอช. ผงาดคว้า “เลิศรัฐระดับดีเด่น” 1 ใน 3 หน่วยงานทั่วประเทศ ประเภทตอบโจทย์ตรงใจ ชูผลงานเชื่อมมาตรฐาน–โลจิสติกส์ เปิดทางผลไม้ไทยสู่จีน

มกอช. คว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 ระดับดีเด่น ประเภทยกระดับบริการตอบโจทย์ตรงใจ จากผลงาน “กำกับ ควบคุมมาตรฐาน บูรณาการโลจิสติกส์” ด้วยการพัฒนาบริการดิจิทัลควบคู่การขยายจุดนำเข้า–ส่งออกผลไม้สดระหว่างไทยกับจีน ล่าสุดผลักดันเปิดด่านแม่สาย เพิ่มจุดนำเข้า–ส่งออกฝ่ายไทยเป็น 10 ด่าน พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการขนส่งผ่านเส้นทาง R3B ให้เกิดขึ้นจริง

นายชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมด้วยนางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการ มกอช. รับมอบรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทยกระดับบริการตอบโจทย์ตรงใจ ระดับดีเด่น ประจำปี 2569 จากผลงาน “กำกับ ควบคุมมาตรฐาน บูรณาการโลจิสติกส์” โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดของภาครัฐ มอบแก่หน่วยงานที่พัฒนาบริการจนเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และประเทศ โดยปีนี้มีเพียง 3 หน่วยงานทั่วประเทศ ที่ได้รับรางวัลระดับดีเด่นในประเภทดังกล่าว สะท้อนความสำเร็จของ มกอช. ในการยกระดับบริการและแก้ไขอุปสรรคทางการค้าสินค้าเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
ผลงานที่ได้รับรางวัล เกิดจากความมุ่งมั่นในการแก้ไขข้อจำกัดของการส่งออกผลไม้สดจากไทยไปจีน ซึ่งเดิมการขนส่งทางบกถูกจำกัดให้ใช้ได้เพียงเส้นทาง R9 และ R3A ขณะที่ขั้นตอนการขออนุญาตต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ส่งผลให้การขนส่งล่าช้า หน้าด่านแออัด กระทบต้นทุนและคุณภาพสินค้า มกอช. จึงเจรจากับจีนเพื่อปรับหลักเกณฑ์การขนส่ง จากการกำหนดเส้นทาง เป็นการกำหนดจุดนำเข้า–ส่งออก เพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกใช้เส้นทาง ส่งผลให้ปัจจุบันจุดนำเข้า–ส่งออกผลไม้สดเพิ่มจากฝ่ายละ 2 ด่าน เป็นฝ่ายไทย 10 ด่าน และฝ่ายจีน 12 ด่าน โดยล่าสุดได้ผลักดันด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นจุดนำเข้า–ส่งออกผ่านเส้นทาง R3B ขนส่งผลไม้ไทยผ่านเมียนมาไปยังด่านต่าลั่วของจีน เพิ่มโอกาสกระจายสินค้าไปยังพื้นที่จีนตะวันตก ลดการพึ่งพาเส้นทางเดิม

ในขณะเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกขั้นตอนการขออนุญาตที่ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก มกอช. ได้พัฒนาการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล TAS-License สำหรับการอนุญาตผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และการแจ้งนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ ช่วยลดเวลาขออนุญาตจาก 4 วันเหลือ 2 วัน และลดเวลาการแจ้งนำเข้า–ส่งออกจาก 2 วันเหลือ 1 วัน โดยปัจจุบันผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจต่อระบบดังกล่าวสูงถึงร้อยละ 94

สถิติการค้าช่วงปี 2562–2564 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรูปแบบการขนส่ง แสดงให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน โดยมูลค่าการส่งออกผลไม้สดไปจีนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 177 และมูลค่าการส่งออกทุเรียนไปจีนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 273 สะท้อนผลสำเร็จจากการดำเนินงานของ มกอช. ที่มุ่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการเพิ่มทางเลือกด้านเส้นทางขนส่ง และการนำระบบดิจิทัลมาลดขั้นตอนบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

มกอช. ยังมุ่งต่อยอดผลงานโดยประสานภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้เส้นทาง R3B ขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน พร้อมพัฒนาระบบสู่ Smart TAS-License เชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ ระบบ e-Phyto และ THRASFF เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน เดินหน้าใช้มาตรฐาน เทคโนโลยี และการบูรณาการด้านโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกทางการค้าและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน