“เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นระดับชาติ วางระบบให้ธุรกิจเป็นพลังร่วมสร้างสุขภาวะ เชื่อมธุรกิจ–เศรษฐกิจ–สุขภาพประชาชน-แรงจูงใจธุรกิจ” ก่อนเดินหน้าสู่สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น 7 ต.ค. 69”
หัวใจสำคัญ เมื่อปัจจัยที่กำหนดสุขภาพมีลักษณะเป็น “ระบบ” การแก้ปัญหาจึงไม่สามารถฝากความหวังไว้กับการปรับพฤติกรรมของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องขยับไปสู่ การปรับโครงสร้างระบบ หรือ System Restructuring ทั้งมาตรการเชิงนโยบายและการคลัง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การจัดการอิทธิพลทางการตลาด และการลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ “สุขภาพที่ดีไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนใดคนหนึ่ง”

“ภาคธุรกิจไม่ได้มีเพียงด้านลบหรือด้านบวกด้านใดด้านหนึ่ง ภาคธุรกิจสามารถเป็นทั้งปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และในขณะเดียวกันก็สามารถเป็น “พลังสร้างสุขภาวะ” ได้ ตั้งแต่การพัฒนาสินค้าและบริการที่ดีต่อสุขภาพ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพ ไปจนถึงการสร้างคุณค่าต่อชุมชนและสังคม
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็น “การจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน” พัฒนาร่างข้อเสนอสู่มติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น CDoH (Commercial Determinants of Health) โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคียุทธศาสตร์ภาควิชาการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการและภาคประชาสังคม รวมถึงผู้แทนสมัชชาสุขภาพจังหวัด และกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) ทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะ กล่าวว่า ประเด็นการจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน จากสถิติประเทศไทยมีภาระโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สร้างความสูญเสียเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขไทย โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตร้อยละ 74 ของการเสียชีวิตทั้งหมดของคนไทย (ประมาณ 400,000 รายต่อปี) โรคไม่ติดต่อ (NCDs) เกิดจากการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของคน ซึ่งวันนี้เราต้องเริ่มคุยเรื่องของการป้องกันการเกิดโรค ความท้าทายของประเทศไทยคือค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพ ในขณะที่ตอนนี้มาแรงกว่านั้นก็คือ บุหรี่ไฟฟ้า ที่เป็นหนึ่งในปัญหาของการเกิด NCDs ด้วยเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่านี่คือปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่เราจะต้องมาช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า โจทย์เรื่อง Health And Wealth เศรฐษกิจกับสุขภาพต้องไปด้วยกัน การที่จะทำให้คนสุขภาพดีได้ต้องดูเรื่องความเสี่ยงผลกระทบทั้งเชิงบวกและอาจจะเชิงลบว่ามีมากน้อยเพียงใด ดังนั้นการทำนโยบายสาธารณะก็เป็นเป็นเรื่องสำคัญ กระบวนการสมัชชาสุขภาพเป็นพื้นที่กลางที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ ความเห็นของทุกท่านในวันนี้ที่จะมาเป็นข้อเสนอ และเกิดการเป็นเจ้าของร่วมกันในการจัดการประเด็นนี้ร่วมกัน
“ธุรกิจ = พลังร่วมสร้างสุขภาวะ”เปลี่ยนมุมมองจากการวางภาคธุรกิจเป็นเพียง “ผู้ถูกกำกับดูแล” ไปสู่การเป็น พลังร่วมสร้างสุขภาวะ โดยข้อเสนอ CDoH ไม่ได้มาทดแทนภาษี ฉลาก หรือมาตรการกำกับเดิม แต่เติม “กลไกส่งเสริมเชิงบวก” ในระดับวิสาหกิจ

ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะรองประธานกรรมการ กล่าวว่า Commercial Determinants of Health (CDoH) เป็นเรื่องที่มีประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อน แล้วมีผลกระทบต่อสุขภาพในการพัฒนาสุขภาพของประเทศไทย ซึ่งเดิมเป็นการพัฒนาทางด้านการรักษาพยาบาล เป็นการตั้งรับสำคัญ แต่ปัจจุบันนี้แนวคิดขยายจากกรอบเดิมมาเป็นการที่จะต้องมาสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ควบคู่ไปกับการที่เราจะซ่อมสุขภาพด้วย ซึ่งปัจจัยทางสุขภาพมีผลมาจากเรื่องสังคม เรื่องระดับการศึกษา รายได้ การจ้างงานต่างๆก็มีผลต่อสุขภาพ ยังมีอีกหลายปัจจัยโดยเฉพาะเรื่อง Commercial Determinants of Health หรือเรียกย่อๆ ว่า CDoH ที่มีทั้งมุมบวก และมุมลบ ซึ่งทางลบก็คือการแสวงหาผลประโยชน์บนความเสี่ยง อย่างปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพต่างๆ ที่เราคุ้นก็คือเรื่อง ยาสูบ การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารแปรรูปที่มีผลต่อสุขภาพ การแก้ไขเรื่องเหล่านี้จึงต้องมาทำการปรับโครงสร้าง ซึ่งจะทำให้โครงสร้างนี้เป็นการสร้างทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และลดปัจจัยคุกคามทางพาณิชย์ ลดการแทรกแซง ลดการบิดเบือนข้อมูล และที่สำคัญ จะสร้างให้เกิดความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพนั่นเอง
“เราอยากจะยกระดับความสำคัญของ CDoH ซึ่งจะมีการจัดประชุมวิชาการที่นำเอานักวิชาการของไทยและต่างประเทศ มาแชร์ไอเดีย แชร์ข้อมูลกัน แล้วก็ตกผลึกออกมา โดยทำคู่ขนานกับกระบวนการมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติด้วย ทั้งนี้จะมีการประชุม PMAC Conference หรือการประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งจะเป็น Theme เรื่อง CDoH จะได้เห็นประสบการณ์ในต่างประเทศ และเห็นภาพของประเทศไทยที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ แล้วก็มีเป้าหมายที่จะผลักดันสู่สมัชชาอนามัยโลกหรือว่าในระดับนานาชาติต่อไป” ดร.ไพโรจน์ กล่าว
“System Restructuring” สุขภาพไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดโดยระบบเชิงพาณิชย์ด้วย จึงต้องขยับจากการเปลี่ยนพฤติกรรมคนเพียงอย่างเดียวไปสู่ “การปรับโครงสร้างระบบ” เพื่อรับมือทั้งอิทธิพลทางพาณิชย์และความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะกรรมการและแลขานุการ กล่าวว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะ ประเด็น “การจัดการปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะประชาชน” เป็นเวทีการรับฟังความคิดเห็นระดับชาติ ต่อร่างข้อเสนอนโยบาย ระบบนิเวศวิสาหกิจสร้างเสริมสุขภาวะ และกลไกประเมินผล ซึ่งคณะทำงานก็ได้จัดเวทีถกแถลง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายกลุ่ม จำนวน 3 เวทีแล้ว จากเวทีถกแถลงก็นำมาสู่การปรับร่าง ใน 5 เรื่อง ที่สำคัญก็คือ ได้เปลี่ยนกรอบการรับรองมาเป็นระยะนำร่อง เพราะฉะนั้น ในช่วง 3 ปีนี้จะเป็น การนำร่องเรื่องวิธีการที่จะดำเนินการ และเป็นทิศทางในการผลักดันขับเคลื่อนอีกด้วย
ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ตุลาคม จะทำการจัดสมัชชาฯ เพื่อรับรองมติกัน และจะเสนอมติสมัชชาฯ ต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ วันที่ 25 พฤศจิกายน เพื่อพิจารณานำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ต่อไป นพ.เฉวตสรร กล่าว
“ร่วมออกแบบนโยบาย” การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลด NCDs เป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน วิชาการ ประชาสังคม และประชาชน ร่วมคิด ร่วมออกแบบ และทำให้นโยบายเกิดผลต่อประชาชนจริง

นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า “สิ่งที่เราร่วมดำเนินการกันอยู่ในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนโยบายสาธารณะ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่มองเรื่องสุขภาพเป็นสุขภาพ 4 มิติ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตใจ สุขภาพทางปัญญา และสุขภาพทางสังคม ซึ่งทั้ง 4 มิติ จะต้องสอดคล้องและเป็นองค์รวม ซึ่งเป็นตัวกำหนดความอยู่ดีของคนไทยและเป็นปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ นอกจากภายใต้โครงสร้างทางสังคมต่างๆ ยังมีเรื่องปัจจัยเชิงพาณิชย์ เรื่องทางเศรษฐกิจ เรื่องการผลิต การค้า การขาย เป็นสิ่งที่มากำหนดว่า คนจะเข้าถึงสินค้าและบริการที่ดีต่อสุขภาพได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจเอกชนที่จะผลิตสินค้าบริการต่างๆ เหล่านั้นขึ้นมาด้วย ปัจจัยนี้จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เข้ามากำหนดความเป็นไปของสุขภาพของคนว่าสุขภาพจะดีหรือไม่ดีอีกด้วย”
ขณะนี้เรากำลังมาร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะ ในเรื่องปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาวะประชาชน เราอาจจะเคยคิดไปว่า นโยบายสาธารณะต้องกำหนดจากรัฐ กระทรวง ทรวง กรม เท่านั้น แต่ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ถูกระบุเอาไว้ว่านโยบายสาธารณะ คือทิศทางหรือแนวทางที่สังคมโดยรวมเชื่อหรือเห็นว่าควรจะเป็นอย่างนั้น ซึ่งก็จะต้องมีความรู้นะครับ มีข้อมูลเนี่ยมาเป็นตัวนำด้วย ไม่ใช่แค่ความเชื่ออย่างเดียว และเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะเป็นกระบวนการที่ให้ประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเรียนรู้ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะ หรือการกำหนดข้อเสนอนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ สุขภาวะของประชาชนอย่างมีระบบและมีส่วนร่วม นายสมเกียรติ กล่าว
“จากความเห็น สู่มติที่ปฏิบัติได้” เวทีวันที่ 10 กันยายนไม่ใช่เวทีลงมติ แต่เป็นพื้นที่รับฟังความคิดเห็นต่อกรอบทิศทางนโยบายและแนวทางดำเนินงาน เพื่อนำทุกข้อเสนอไปปรับร่าง ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับรองมติในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 “ทุกความเห็นวันนี้ คือส่วนหนึ่งของการออกแบบนโยบายที่นำไปใช้ได้จริง”




