กรมการแพทย์แผนไทยฯ เปิดเวทีวิชาการ ผลักดัน “ยาปรุงเฉพาะราย” ชูเสน่ห์ภูมิปัญญาการรักษาแบบตรงจุด ปูทางสู่งานวิจัยสากลและระบบสุขภาพไทย

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเวทีเสวนาวิชาการนวัตกรรมสุขภาพ “เสน่ห์แห่งศาสตร์ การรักษาที่ออกแบบมาเพื่อคุณ: ยาปรุงเฉพาะราย” ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2569 พร้อมขับเคลื่อน “ยาปรุงเฉพาะราย” ใน 3 มิติ ได้แก่ การยอมรับในระดับสากล (Bridging the Gap) การผลักดันเข้าสู่ ระบบบริการ (Service Plan) และการนำไปปฏิบัติจริงควบคู่นวัตกรรม เชื่อมโยงองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อยกระดับการรักษาให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์ผู้ป่วยรายบุคคลอย่างยั่งยืน

วันที่ 3 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม Kasa Wellness Space โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น กรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเวทีเสวนาวิชาการนวัตกรรมสุขภาพ ในหัวข้อ “เสน่ห์แห่งศาสตร์การรักษาที่ออกแบบ มาเพื่อคุณ: ยาปรุงเฉพาะราย” ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ.2569 ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดี ทุกช่วงวัย สร้างเศรษฐกิจไทย ด้วยนวัตกรรมและภูมิปัญญา”

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าผลักดัน “ยาปรุงเฉพาะราย” ในสถานพยาบาลแล้วไม่น้อยกว่า 10 ตำรับ โดยเฉพาะตำรับ รักษาโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลรัฐนำไปใช้แล้ว 112 แห่งทั่วประเทศ พร้อมร่วมกับโรงพยาบาลโรคผิวหนังเขตร้อน จังหวัดตรัง และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยและพัฒนาแนวทางการรักษา เพื่อผลักดันเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติและรองรับการเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพ
ขณะเดียวกัน กรมฯ เดินหน้ายกระดับยาปรุงเฉพาะรายด้วยเทคโนโลยี Spray Dryer พัฒนาเป็น ผงสารสกัด” ที่ควบคุมคุณภาพและปริมาณสารสำคัญได้อย่างสม่ำเสมอ ภายใต้มาตรฐาน GMP พร้อมนำร่อง 5 ตำรับ สำหรับดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ครอบคลุมโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และภาวะแทรกซ้อนจาก NCDs สะท้อนการผสาน ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับการรักษาให้มีมาตรฐานและเข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวภายหลังการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี พ.ศ. 2569 ในเวทีเสวนาวิชาการ ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น ว่า “ยาปรุงเฉพาะราย” เป็นหัวใจและเสน่ห์สำคัญของศาสตร์การแพทย์แผนไทย ที่มีคุณค่าทางภูมิปัญญา และยังเป็นมิติสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้เป็นที่ยอมรับ ปลอดภัย และเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเสวนาครั้งนี้ มุ่งเน้นการถ่ายทอดคุณค่าและบทบาทของ “ยาปรุงเฉพาะราย” ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญ ของ personalized medicine คือการปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย แทนการใช้รูปแบบ การรักษาเดียวกันกับผู้ป่วยทุกคน ตามหลักภูมิปัญญาไทย โดยดึงผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ 3 ท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ผ่าน 3 มิติในการขับเคลื่อน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับงานวิจัย ระบบบริการ ไปจนถึงการปฏิบัติงานจริงหน้างาน มิติการยอมรับในระดับสากล (Bridging the Gap) : รศ.ดร.นพ.กฤษณ์ พงศ์พิรุฬห์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเจาะลึกการสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based) เชื่อมมุมมองแพทย์แผนปัจจุบันกับการแพทย์แผนไทย พร้อมท้าทายกรอบวิจัยแบบ RCT เพื่อสร้างสมดุลระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยของสมุนไพรกับการปรับยาให้เหมาะกับผู้ป่วยรายบุคคล มิติการผลักดันสู่ระบบบริการ (Service Plan) : พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และประธานคณะทำงานพัฒนา ระบบบริการสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 8 นำเสนอ “เขตสุขภาพที่ 8 โมเดล” ผลักดันยาปรุงเฉพาะรายเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ พร้อมยกระดับบทบาทโรงพยาบาลแม่ข่ายในการบริหารห่วงโซ่อุปทานสมุนไพร และเชื่อมการทำงานของแพทย์แผนไทย แพทย์แผนปัจจุบัน และเภสัชกร ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชน ถึง รพ.สต.

ในส่วนมิติสุดท้าย มิติการลงมือปฏิบัติและนวัตกรรม (อภัยภูเบศรโมเดล) โดย ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมถอดบทเรียนจากคลินิก เฉพาะโรค ตั้งแต่การเฝ้าระวังอันตรกิริยาระหว่างสมุนไพร (Herb-Herb Interaction) โดยเภสัชกร ไปจนถึงการนำระบบดิจิทัล และคลังข้อมูล (Data) มาวิเคราะห์คัมภีร์และสมุฏฐานวินิจฉัย เพื่อบันทึก พัฒนา และต่อยอดตำรับยาปรุงเฉพาะราย อย่างเป็นระบบ