
วันที่ 1 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเวทีเสวนา “เตรียมพร้อม รู้ทัน รับมือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนาและนำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย ผู้บริหาร ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และสื่อมวลชน ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ผ่านมา ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ เหตุการณ์ธารน้ำแข็งจากเทือกเขาหิมาลัยถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว และเหตุแผ่นดินไหวในหลายพื้นที่ ล้วนสะท้อนให้เห็นว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น ประชาชนจำเป็นต้องมีความรู้เท่าทันภัยพิบัติ มีความเข้าใจ ทักษะ และการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงและความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นที่มาของหัวข้อการเสวนา “เตรียมพร้อม รู้ทัน รับมือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ในวันนี้ โดย วช. มุ่งสื่อสารองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจ รวมถึงสื่อสารถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมโดย วช. เพื่อให้องค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมของหน่วยงานและประชาชน ให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนี้มีผลงานวิจัยร่วมจัดแสดงทั้งสิ้น 12 ผลงาน ได้แก่ สถานีตรวจวัดน้ำท่าเพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำท่วม จังหวัดน่าน, แพลตฟอร์มเสริมสร้างความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดน่าน, ผลิตภัณฑ์โมเสคฝนประมาณค่าจากเรดาร์ตรวจอากาศในพื้นที่ระดับลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศรหัสเปิด, Every One Seeing Flood Zone, “Platform line@ “มดชนะภัย”,เครื่องมือพยากรณ์กลไกการกระแทกของเศษวัสดุธรณีไหลบนโครงสร้างเบี่ยงเบนทิศทางการไหล, Soil nails ที่มีการติดตั้ง Strain gauges เพื่อวัดพฤติกรรมที่แท้จริง, TUSHM ระบบตรวจสอบสุขภาพโครงสร้างและแจ้งเตือนอัจฉริยะ, ระบบตรวจติดตามการสั่นไหวของโครงสร้างแบบเวลาจริงและแจ้งเตือนแผ่นดินไหว, ระบบสนับสนุนการตัดสินใจรับมือภัยสึนามิ, PANJAPA MODEL: รูปแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อเสริมศักยภาพประชาชนในการเตรียมพร้อมรับแผ่นดินไหว และ “Inno Smart safety: นวัตกรรมเตรียมพร้อมรับสาธารณภัย
ช่วงเสวนา รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. วช. ในหัวข้อ “เตือนก่อนท่วม ทางรอดของชุมชนต้นน้ำและพื้นที่ลุ่มน่าน” ได้กล่าวถึง ปัจจุบัน พิบัติภัยจะมีความรุนแรง และมีลักษณะเป็นภัยพิบัติที่มีความต่อเนื่องกัน อาทิ ฝนตกปริมาณมาก ก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และเกิดดินถล่มตามมา หรือ แผ่นดินไหวก่อให้เกิดตึกถล่ม ส่งผลถึงอัคคีภัยจากท่อแก๊ส และการจัดการน้ำท่วมในเขตเมือง ประกอบด้วย สามส่วนคือ 1) ระบบเตือนภัย (ข้อมูลที่ใกล้ตัว และสภาพข้างเคียง การแจ้งข่าว แชร์ข้อมูล เกณฑ์อันตราย) โดยใช้นวัตกรรมสนับสนุนการเตือนภัยน้ำท่วม ร่วมกับแผนที่ความเสี่ยงเขตเมือง ชี้จุดที่จำเป็นจะต้องย้ายเมื่อมีการแจ้งเตือน 2) มาตรการล่วงหน้า (ทราบข้อจำกัด มาตรการปัจจุบัน อนาคต ทางออกกรณีฉุกเฉิน) ในระยะสั้น ได้แก่ การซ้อมภัย มาตรการระยะยาว ซึ่งเป็นการเสริมในเชิงโครงสร้างเพื่อรับน้ำก่อนเข้าเมือง อาทิ ฝายชะลอน้ำ อาคารพักน้ำและตกตะกอน ซึ่งอาศัยงบประมาณ และเวลา และ 3) การตัดสินใจ (อยู่ ยก ย้าย)
รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในหัวข้อ “ถอนตัวก่อนถล่ม กลไกการเฝ้าระวังเหตุดินถล่ม ในภาวะฝน” โดยยกตัวอย่าง เหตุธารน้ำแข็งจากเทือกเขาหิมาลัยถล่มลงมาอย่างรวดเร็วในเขตเทือกเขาหิมาลัย – เนปาล/ทิเบต สันนิษฐานว่าเนื่องภาวะโลกร้อนทำให้ Active Layer เกิด cycle ในการแข็งและละลายเกิดถี่ขึ้น ทำให้ Permafrost ภูเขาที่มีน้ำใต้ดินเยือกแข็งซึ่งเป็นฐานของฐานน้ำแข็ง มีสภาพแย่ลง ความเสี่ยงจะสูงขึ้นตามความลาดชันของภูเขา ซึ่งเนปาลเป็นพื้นที่มีทะเลสาบที่เกิดจากการกระบวนการดินสไลด์ หินถล่มตามธรรมชาติ ที่จำเป็นต้องมีการออกแบบการระบายน้ำเพื่อป้องกันการพังทลายอยู่เดิม ถูกกระตุ้นให้เกิดการแตกต่อเนื่อง กรณีการจัดการภัยพื้นที่ซึ่งมีการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่บริเวณตีนเขา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง คือการใช้ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมในการประเมินความเสี่ยง และประกาศแจ้งเตือน รวมถึงการพัฒนากระบวนการทางชุมชนและปรับตัวในระดับบุคคล การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง และปรับตัวในลักษณะที่ใช้โครงการตามหลักวิชาการ รวมถึงการบรรจุในมาตรฐานการก่อสร้าง

ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในหัวข้อ “เตรียมเมือง เตรียมคน อย่างไรในวันที่แผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องไกลตัว” ในการวิเคราะห์สาเหตุการถล่มของตึกจากแผ่นดินไหวและถ่ายทอดการใช้การวิจัยและนวัตกรรมตรวจติดตามการสั่นไหวของโครงสร้างแบบเวลาจริงและแจ้งเตือนแผ่นดินไหว ระบบโครงข่ายเซนเซอร์ที่ติดกระจายทั้งอาคารที่ตรวจวัดการสั่นของอาคารเพื่อประเมินความเสียหายของโครงสร้างจากการสั่นไหวที่กระทบกับโครงสร้าง และระบบแจ้งเตือนต่อผู้ใช้งานอาคาร รวมถึงตัวอย่างการเสริมกำลังของอาคาร
สุดท้ายโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปัญจพาณ์ สุขโข สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ในหัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ” กล่าวถึงการถ่ายทอด นวัตกรรม “PANJAPA MODEL: รูปแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อเสริมศักยภาพประชาชนในการเตรียมพร้อมรับแผ่นดินไหว” พัฒนาประชาชนให้มีความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยง การรับรู้สมรรถนะของตนเอง และทักษะปฏิบัติที่จำเป็นต่อการเอาตัวรอด การช่วยเหลือผู้อื่น และการบริหารจัดการสถานการณ์แผ่นดินไหวได้อย่างเหมาะสมกับวัยและบริบทของพื้นที่ ร่วมกับ นวัตกรรม “Inno Smart safety: นวัตกรรมเตรียมพร้อมรับสาธารณภัย” สื่อและอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ 3 ขั้น ได้แก่ “เรียนรู้ผ่านเกม–ฝึกจากอุปกรณ์จริง–ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน” ประกอบด้วยSurvival Bag Challenge: การ์ดเกมเตรียมพร้อมก่อนแผ่นดินไหว, กระเป๋า SMART SAFETY GO BAG : กระเป๋าพร้อมรับสาธารณภัย, ผ้า Smart Safety: Education for Emergency and Disaster Survival ช่วยให้ผู้เรียนเกิดทั้งความรู้ ความตระหนัก การรับรู้ความสามารถของตนเอง และทักษะในการเตรียมพร้อมรับสาธารณภัย

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ “สถานีตรวจวัดน้ำท่าเพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำท่วม จังหวัดน่าน” จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, “แพลตฟอร์มเสริมสร้างความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดน่าน” จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, “ผลิตภัณฑ์โมเสคฝนประมาณค่าจากเรดาร์ตรวจอากาศในพื้นที่ระดับลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศรหัสเปิด” จาก มหาวิทยาลัยนเรศวร, “Every One Seeing Flood Zone” จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, “Plateform line@ “มดชนะภัย”” จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, “เครื่องมือพยากรณ์กลไกการกระแทกของเศษวัสดุธรณีไหลบนโครงสร้างเบี่ยงเบนทิศทางการไหล” จาก มหาวิทยาลัยพะเยา, “Soil nails ที่มีการติดตั้ง Strain gauges เพื่อวัดพฤติกรรมที่แท้จริง” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, “TUSHM ระบบตรวจสอบสุขภาพโครงสร้างและแจ้งเตือนอัจฉริยะ” จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, “ระบบตรวจติดตามการสั่นไหวของโครงสร้างแบบเวลาจริงและแจ้งเตือนแผ่นดินไหว” จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, “ระบบสนับสนุนการตัดสินใจรับมือภัยสึนามิ” จาก มหาวิทยาลัยมหิดล, “PANJAPA MODEL: รูปแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการเพื่อเสริมศักยภาพประชาชนในการเตรียมพร้อมรับแผ่นดินไหว” จาก สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย และ “Inno Smart safety: นวัตกรรมเตรียมพร้อมรับสาธารณภัย” จาก สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย โดยผลงานดังกล่าวครอบคลุมการใช้วิจัยและนวัตกรรมในการเฝ้าระวัง คาดการณ์ แจ้งเตือน ประเมินความเสี่ยง และเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะ และสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม







