สธ. เปิดเวทีวิชาการระบบสุขภาพปฐมภูมิ กำหนดทิศทางพัฒนาสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมระบบสุขภาพปฐมภูมิแห่งชาติ (PHC Forum 2026 : Show Share And Shine) ให้ภาคีเครือข่ายปฐมภูมิกว่า 1,500 คน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมด้านสุขภาพปฐมภูมิ เผยแพร่ต้นแบบการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จเพื่อขยายผลสู่การปฏิบัติทั่วประเทศ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมกำหนดทิศทางพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิของประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืน

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมระบบสุขภาพปฐมภูมิแห่งชาติ (PHC Forum 2026 : Show Share And Shine) โดยกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบาย “สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยระบบสุขภาพปฐมภูมิ” มุ่งยกระดับการดูแลประชาชนให้มีสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตอย่างครอบคลุมในทุกมิติ โดยปรับจาก “การรักษาเมื่อเจ็บป่วย” ไปสู่ “การสร้างสุขภาพและป้องกันก่อนเกิดโรค” ซึ่งระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ เป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพของประเทศ และเป็นบริการด่านแรกที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ใกล้บ้านและใกล้ชุมชน สุขภาพปฐมภูมิที่เข้มแข็งจะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ด้วยทีมสุขภาพประจำตัว มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและทีมสหวิชาชีพร่วมกันดูแล ตลอดจนมีระบบข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมโยงกันทำให้ประสานส่งต่อไปยังบริการระดับที่สูงขึ้นได้อย่างเหมาะสม รวดเร็ว และปลอดภัย

ด้าน ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมระบบสุขภาพปฐมภูมิแห่งชาติ ครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Show Share and Shine” ระหว่างวันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2569 เพื่อถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ นวัตกรรมด้านสุขภาพปฐมภูมิ และเผยแพร่ต้นแบบการดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จเพื่อขยายผลสู่การปฏิบัติในทุกพื้นที่ของประเทศ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน ตลอดจนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารและบุคลากรระดับพื้นที่ บุคลากรสาธารณสุขและสหวิชาชีพ หน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และเครือข่ายสุขภาพ กว่า 1,500 คน เข้าร่วมงาน