ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ กระทรวงสาธารณสุข ออก 7 ข้อสั่งการถึงหน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน รับมือสถานการณ์อุทกภัย ให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด, ดูแลกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะที่อยู่ใกล้จุดเสี่ยง, ตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิต/สูญหาย, รพ.น่าน เตรียมจัดบริการตามลำดับความสำคัญและเร่งด่วน, จัดเส้นทางรถฉุกเฉิน-ส่งต่อผู้ป่วย, ตรวจสอบระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมในศูนย์พักพิง พร้อมดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ และเตรียมพร้อมทีมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC-1) สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โดยรายงานล่าสุด ช่วง 12.00 น. วันนี้ ยังมีสถานการณ์ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน อ.เมืองน่าน อ.ภูเพียง และ อ.เวียงสา สถานบริการได้รับผลกระทบ 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลน่าน งดให้บริการตรวจรักษาและผ่าตัดผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 20 – 23 สิงหาคม 2569 และย้ายบริการอุบัติเหตุฉุกเฉิน (ER) ไปที่โรงพยาบาลสนาม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ส่วน สสอ.เมืองน่าน รพ.สต.ดอนตัน รพ.สต.ป่าคา และ รพ.สต.ริม (อ.ท่าวังผา) ปิดให้บริการ, จังหวัดสุโขทัย อ.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีนคร และ อ.สวรรคโลก ยังไม่มีรายงานสถานบริการได้รับผลกระทบ ได้ดูแลกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งผู้ป่วยเรื้อรังและผู้ป่วยจิตเวชไม่ให้ขาดยา และเตรียมพร้อมรับมวลน้ำจากแพร่ที่จะมาถึง และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินรถได้ทางเดียว อาจกระทบการส่งต่อผู้ป่วย ได้เตรียมการประสานส่งต่อทางอากาศยานหากจำเป็น
ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ ได้มีข้อสั่งการหน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ดังนี้ 1.ให้ติดตามการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2.เตรียมความพร้อมดูแลกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ผู้ที่ใช้ออกซิเจน ผู้ป่วยฟอกไต หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด ผู้สูงอายุ และผู้พิการ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงสูง และเคลื่อนย้ายไปพื้นที่ปลอดภัยโดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.ตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหายให้ถูกต้องและครบถ้วน 4.โรงพยาบาลน่าน ให้เตรียมความพร้อมจัดบริการตามลำดับความสำคัญและเร่งด่วน และจัดโรงพยาบาลสนามเป็นพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยสำรอง พร้อมทั้งแจ้งให้ประชาชนทราบระบบบริการ 5.จัดเส้นทาง EMS/Refer ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย 6.ตรวจสอบระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมในศูนย์พักพิงให้พร้อมรับผู้อพยพ พร้อมทั้งเตรียมยาและเวชภัณฑ์ในการดูแล และจัดทีมดูแลสุขภาพจิต และ 7.เตรียมทีมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ยา/เวชภัณฑ์ เครื่องมือ อุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติงาน







