สรพ. จับมือ อบจ.ภูเก็ต หนุน รพ.สต. ผ่านการพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิทั้งจังหวัด

สรพ. จับมือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หนุน รพ.สต. ในสังกัดเข้ารับการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิขั้นพัฒนาทั้งจังหวัด 100% หวังเป็นโมเดลต้นแบบขยายผลการพัฒนาสถานพยาบาลปฐมภูมิในพื้นที่อื่นๆ ด้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้มาตรฐานบริการปฐมภูมิของ สรพ. ช่วยพัฒนาศักยภาพ รพ.สต. ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้มากยิ่งขึ้น

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมชมการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลปฐมภูมิ (ขั้นพัฒนา) ตามมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เหตุผลที่ อบจ.ภูเก็ต ต้องการพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิให้ได้มาตรฐานสากล เนื่องจาก อบจ.ภูเก็ต ได้รับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 20 แห่ง และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติอีก 1 แห่ง รวมทั้งหมดเป็น 21 แห่ง เมื่อถ่ายโอนมาแล้วก็พิจารณาว่าในการทำงานนั้น รพ.สต. ในสังกัดของ อบจ. จะอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมีการเกี่ยวโยงกับกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ทำความร่วมมือกับ สรพ. มาสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อดูว่าสถานบริการปฐมภูมิจะต้องมีมาตรฐานที่เป็นหลักสากล

“ต้องขอบคุณ สรพ. ที่สนับสนุนและทำงานร่วมกัน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือจากกระทรวงสาธารณสุข จากพี่น้องประชาชน หรือจากหน่วยงานรัฐอื่นๆ ว่าสิ่งที่เราทำมานั้นมาถูกทาง เมื่อดูรายละเอียดทั้งหมดแล้ว กระบวนการของสรพ.ไม่ใช่การทำเช็คลิสต์ แต่เป็นการปฏิบัติที่ออกมาจากหัวใจ เอามาดูแลเป็นการบริการให้ถูกลักษณะตามที่ สรพ. ได้วางกฎเกณฑ์ไว้ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ในสังกัดของ อบจ.ภูเก็ต ทุกคนมีความสุข ผมเชื่อว่าในปี 2570 อบจ.ภูเก็ต จะเป็นต้นแบบที่ทำให้จังหวัดอื่นมาดูงาน เป็นดัชนีชี้วัดให้เห็นว่าเรามีการยกระดับมาตรฐานอย่างไร” นายเรวัต กล่าว

ด้าน พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการ สรพ. กล่าวว่า สรพ. เลือกพื้นที่เป้าหมาย จ.ภูเก็ต ในการพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิด้วยกลไกมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่บอกสังคมได้ชัดเจน นอกจากนี้ หน่วยบริการปฐมภูมิใน จ.ภูเก็ต ถ่ายโอนมาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 100% ถ้าสามารถใช้เครื่องมือมาตรฐานและกลไกวิธีการรับรองคุณภาพของ สรพ. มาช่วยทำให้ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนมีกลไกการพัฒนาที่ต่อเนื่องและต่อยอดได้ก็จะเป็นประโยชน์ ขณะที่ นายก อบจ.ภูเก็ต ก็มีเป้าหมายเดียวกันที่อยากจะให้ระบบบริการปฐมภูมิของ อบจ.ภูเก็ต สามารถเป็นแบบอย่างและตอบโจทย์ประชาชนได้ ดังนั้นจึงเกิดความร่วมมือขึ้นในการร่วมกันพัฒนาคน สร้างระบบ และสร้างกระบวนการพัฒนาในพื้นที่นี้

“2 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มจากการสร้างการเรียนรู้การพัฒนาตามมาตรฐานบริการปฐมภูมิ และมี รพ.สต. ใน จ.ภูเก็ต ที่โดดเด่นได้รับการรับรองขั้นพัฒนาไปแล้ว 3 แห่ง การจัดกิจกรรมในวันนี้จะเป็นการรับรองมาตรฐานขั้นพัฒนาเพิ่มอีก 18 แห่ง ทำให้ จ.ภูเก็ตจะเป็นจังหวัดที่มีการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิครบ 100% ทั้งจังหวัด ซึ่งกระบวนการการรับรองการพัฒนาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ทีมงาน รพ.สต. เข้าใจการพัฒนาระบบภายใต้กลไกการสร้างคน สร้างระบบ สร้างเครือข่าย เพื่อที่ไม่ว่าระบบบริการจะอยู่ตรงส่วนไหนก็สามารถต่อยอดและต่อเนื่องได้” พญ.ปิยวรรณ กล่าว

พญ.ปิยวรรณ กล่าวอีกว่า นอกจาก รพ.สต. พัฒนาแล้ว สรพ. ก็ต้องพัฒนาเช่นกัน โดยได้นำเอามาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิไปขอรับการรับรองจากจากองค์การสากล ISQua EEA (The International Society for Quality in Health Care External Evaluation Association) ทำให้มาตรฐานบริการสุขภาพปฐมภูมิในตอนนี้ เป็น 1 ใน 4 ประเทศทั่วโลกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับสากล และการขับเคลื่อนในพื้นที่ จ.ภูเก็ตนี้ ต้องทำโมเดลให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยสะท้อนจากตัว รพ.สต. เองว่าการใช้กลไกมาตรฐานบริการปฐมภูมินี้ ให้มีผลลัพธ์ มีระบบการทำงานดี และ สรพ. ตั้งใจจะขยายโมเดลนี้ ทั้งในส่วนของ รพ.สต. และในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด รวมถึง รพ.สต. ที่ยังสังกัดอยู่กระทรวงสาธารณสุข ให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน สร้างคนให้มีความเข้าใจเชิงระบบให้สามารถยืนอยู่ในการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ได้ที่ชัดเจน

ขณะที่ นายธนวรรฒ ยี่คิ้ว หัวหน้าฝ่ายนโยบายการสาธารณสุขและพัฒนาสังคมทุกช่วงวัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวว่า จากการสังเกตการณ์กระบวนการพัฒนาตามมาตรฐานของ สรพ. ทำให้ได้เห็นถึงศักยภาพของ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนมายังสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งถือว่ามีคุณค่ามากเมื่อได้นำมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิมาปรับใช้ในการทำงานหรือเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงาน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าถึงการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งอย่างมีคุณภาพ ทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจ

“เชื่อว่ามาตรฐานบริการปฐมภูมิจะสามารถต่อยอดการให้บริการในพื้นที่ของ รพ.สต. สังกัด อบจ. ได้ทั้งประเทศ โดยหลังจากนี้จะกลับไปทำการบ้านว่าจะร่วมมือกันในประเด็นใด หรือในอนาคตอาจจะขยายผลไปสู่ศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะมาตรฐานนี้ถือว่าเป็นมาตรฐานที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน” นายธนวรรฒ กล่าว

ด้าน นายคมสันต์ สุขจิต รักษาการผู้อำนวยการ รพ.สต.กระทู้ หนึ่งใน รพ.สต. ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานบริการปฐมภูมิขั้นพัฒนา กล่าวว่า การนำมาตรฐานบริการปฐมภูมิมาใช้ในการปรับการให้บริการปฐมภูมิของ รพ.สต.กระทู้ ทำให้กระบวนการทำงานง่ายขึ้น มีกระบวนการที่ชัดเจน มีเป้าหมายที่ชัดเจน และได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น ทำให้สามารถวัดคุณค่างานได้ชัดเจนมากขึ้น กระบวนการทำงานของ รพ.สต. จากเดิมที่ใช้ลักษณะการ Check List ในเชิงปริมาณว่างานไหนทำหรือไม่ทำ ได้เปลี่ยนเป็นลักษณะการวัดผลเชิงคุณค่าภายใต้กระบวนการ 3P คือ purpose คือเป้าหมาย วางเป้าหมายของงานให้ชัดเจน Process วางกระบวนการทำงานให้ชัด และ Performance มีผลลัพธ์ที่ชัดเจน หากเรื่องไหนที่ผลลัพธ์ยังไม่ได้ตามเป้าก็ไปแก้ปัญหาที่ Process ซึ่งด้วยกระบวนการแบบนี้ทำให้การบริการของประชาชนในพื้นที่มีคุณค่ามากขึ้น ตัวของเจ้าหน้าที่และประชาชนก็ได้รับคุณค่าจากบริการที่ยกระดับมาตรฐานของบริการปฐมภูมิมากขึ้น

“ผลลัพธ์ที่เด่นชัดจากการนำมาตรฐานบริการปฐมภูมิมาปรับใช้ คือเรื่องการควบคุม NCDs และการควบคุมโรคติดต่อ ส่วนขั้นตอนการพัฒนาในระยะต่อไป คือเรื่องงาน IC หรือการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไม่ว่าจะเป็นใน รพ.สต. หรือในชุมชน รวมทั้งเรื่องระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพราะในพื้นที่ยังมีปัญหาคนไข้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือภาวะสโตรก ขณะเดียวกันก็จะเน้นการขยายเครือข่ายที่มีส่วนร่วมอยู่รอบๆชุมชน เนื่องจาก รพ.สต. ไม่สามารถทำงานบริการปฐมภูมิด้วยตัวคนเดียวได้ ต้องดึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการระบบสุขภาพ ถึงจะเป็นระบบสุขภาพที่มีคุณค่าและยั่งยืนในพื้นที่” นายคมสันต์ กล่าว