
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมหารือทวิภาคีกับนาย Tony Burke รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศิลปวัฒนธรรม (Minister for the Arts) แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนางสาวอุรุษยา อินทรสุขศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วม ณ รัฐสภาออสเตรเลีย

การหารือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีความร่วมมือสำคัญ 5 ประเด็น ดังนี้
1. การประสานความร่วมมือในการส่งคืนโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในออสเตรเลีย กลับคืนสู่ประเทศไทย
2. ดำเนินกิจกรรมสำคัญร่วมกัน อาทิ งาน Bangkok Design Week
3. ความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านศิลปะ ผ่านการแลกเปลี่ยนศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรด้านศิลปะ (Artist in residence)
4. การจัดกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม ในโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย-ออสเตรเลีย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Cultural Diplomacy) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม
5. จัดทำ Action Plan ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ซึ่งนับเป็นการต่อยอดความตกลงทางวัฒนธรรมที่ลงนามไว้ตั้งแต่ปี 2517 ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
ในการเดินทางเยือนออสเตรเลียครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีลงนามความตกลงจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี และเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญก่อนที่ทั้งสองประเทศจะร่วมฉลองครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า ถือเป็นหมุดหมายสำคัญต่อเนื่องหลังจากที่ไทยและออสเตรเลียได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) เมื่อปี 2563 และได้พัฒนาความร่วมมืออย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งการหารือระดับผู้นำได้ครอบคลุม 4 สาขาสำคัญที่ทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในด้านการเมืองและความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชน รวมถึงด้านความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี
นอกจากนี้ ในภารกิจการเดินทาง ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 คณะได้ร่วมปฏิบัติ ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การร่วมรับฟังการแสดงวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี พร้อมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ สถาบันโลวี (Lowy Institute) และการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีหารือกับผู้บริหาร Canva Pty. Ltd. พร้อมเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่เพื่อสัมผัสแนวคิด เทคโนโลยี และพลังสร้างสรรค์จากบริษัทระดับโลก ควบคู่ไปกับภารกิจด้านศิลปวัฒนธรรมและชุมชนไทย
โดยในส่วนของภารกิจด้านศิลปวัฒนธรรมนั้น เมื่อเวลา 15.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้าเยี่ยมชมโรงอุปรากรซิดนีย์ (Sydney Opera House) เพื่อศึกษาแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบอาคารที่มีความร่วมสมัย โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนเรียนรู้แนวทางการจัดวางระบบแสง สี เสียง และองค์ประกอบด้านการออกแบบโดยรวมที่ได้รับการออกแบบและบูรณาการอย่างพิถีพิถัน เพื่อส่งเสริมบรรยากาศและเพิ่มอรรถรสในการรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมกันนี้ยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดและรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่การแสดง รวมถึงการนำเทคโนโลยีและองค์ประกอบด้านการออกแบบมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีคุณภาพแก่ผู้ชม โดยได้รับการอนุเคราะห์จาก Sydney Opera House Trust ในการนำชมสถานที่และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการบริหารพื้นที่การแสดงศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ เพื่อนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมและพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยต่อไป
ขณะเดียวกัน คณะยังได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมย่าน Thai Town ในนครซิดนีย์ และพบปะชุมชนไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมนครซิดนีย์ที่ร่วมพัฒนา Thai Town และสนับสนุนแนวทางการยกระดับพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไทยในออสเตรเลีย ทั้งการจัดสร้างงานศิลปะสาธารณะและแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรม พร้อมกล่าวถึงความสำเร็จของเทศกาล Sydney Lunar Festival โดยเฉพาะกิจกรรม Lunar Streets ในย่าน Haymarket ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนชาวเอเชียที่มีความหลากหลายได้ร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมขอบคุณนายกเทศมนตรีที่เปิดโอกาสให้ชุมชนไทยมีส่วนร่วม ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างชุมชนไทยกับนครซิดนีย์ โดยย่าน Thai Town ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นจากการนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์เนื้อหาด้านอาหารและการท่องเที่ยว ที่ช่วยเผยแพร่ความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ดึงดูดผู้มาเยือน และสร้างโอกาสแก่ร้านค้าผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งตลอดเส้นทาง ได้มีคนไทยในชุมชนมาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวทักทาย ร่วมถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง พร้อมเดินชมร้านค้า ร้านอาหาร แวะชิมอาหารไทย และพูดคุยกับผู้ประกอบการคนไทยตลอดเส้นทางอย่างอบอุ่น
















