“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ระดมทุกหน่วยเร่งแก้น้ำท่วมน่านและช่วยเหลือประชาชน พร้อมย้ำหน่วยงานเกาะติดสถานการณ์ฝนระลอกใหม่ และเฝ้าระวังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่าน

สถานการณ์อุทกภัยน่าน ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและทยอยลดลง แต่ยังต้องจับตาฝนตกหนักระลอกใหม่วันที่ 23 สิงหาคม ขณะที่ “รองนายกฯ ทรงศักดิ์” สั่งหน่วยงานติดตามและประเมินสถานการณ์ ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่าง

วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน โดยมีนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายทรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ ติดตามและกำกับการแก้ไขปัญหา โดยได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ เนื่องจาก สทนช. ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการถอดบทเรียนและจัดทำแผนในพื้นที่จังหวัดน่าน ตามคำสั่งคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่าน จึงได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ สำหรับสถานการณ์ฝนตกหนักที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดน่าน มีปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงถึง 388 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 12,900 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และรายงานผู้สูญหายเพิ่มเติมอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ รัฐบาลได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด

โดยในวันนี้ได้กำชับให้หน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจังหวัดน่านยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนัก ในระยะนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา พร้อมทั้งได้สั่งการให้ 1. กรมอุตุนิยมวิทยา ติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดน่านและพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศเพื่อชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก และแจ้งเตือนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า 2. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ติดตามสถานการณ์และขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมจากข้อมูลดาวเทียม พร้อมวิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในระยะต่อไป 3. สทนช. กรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ร่วมติดตาม ประเมิน และคาดการณ์สถานการณ์น้ำและการเคลื่อนตัวของมวลน้ำเข้าสู่พื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะอำเภอเมืองน่านและพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมแจ้งข้อมูลให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการตัดสินใจและแจ้งเตือนประชาชน 4. กรมทรัพยากรธรณี ติดตามและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม พร้อมประเมินและชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง และประสานเครือข่ายจิตอาสาและเครือข่ายเฝ้าระวังในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนประชาชน 5.กระทรวงคมนาคม สำรวจและประเมินเส้นทางคมนาคม สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานที่อาจได้รับผลกระทบพร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางและเร่งระดมเครื่องจักรเปิดเส้นทางกรณีมีดินโคลนถล่มหรือสิ่งกีดขวาง 6. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้าและกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมจัดทำแผนสำรองและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว 7. กรมประชาสัมพันธ์ จัดทำสื่อและข้อมูลแจ้งเตือนที่เข้าใจง่าย รวดเร็ว และถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงการเข้าถึงข้อมูลของกลุ่มเปราะบาง และ 8. จังหวัดน่าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขัง และเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อำเภอเวียงสา เนื่องจากมีแนวโน้มเกิดน้ำล้นตลิ่งจากมวลน้ำของพื้นที่ตอนบน พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำแผนงานแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ทั้งระยะเร่งด่วน สั้น กลาง และยาว เสนอต่อคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อพิจารณาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

ด้าน เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่อำเภอท่าวังผาและอำเภอเมืองน่านเริ่มทรงตัวและทยอยลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังมวลน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนที่จะไหลลงมาส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเวียงสาที่ระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 20-22 สิงหาคมนี้ ปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดน่านจะลดลง แต่จะกลับมามีฝนตกหนักอีกครั้งในวันที่ 23 สิงหาคม โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่าน เช่น อำเภอปัว อำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง คาดการณ์ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง อยู่ที่ประมาณ 50-70 มิลลิเมตร ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันสภาพดินในพื้นที่มีความอิ่มน้ำ แม้ปริมาณฝนตกใหม่จะไม่สูงมากนัก แต่ก็อาจกลายเป็นน้ำส่วนเกินที่ไหลหลากลงสู่ลำน้ำและทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตามที่รองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย