การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยผ่านการพัฒนาระบบราง เชื่อมโยงการเดินทาง เมืองท่องเที่ยว และภาคธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน โดยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงานประชุมสมาชิกสมาคมโรงแรมไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 ณ Main Stage, Hall 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมรับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “อนาคตการเดินทางท่องเที่ยวด้วยระบบรางของประเทศไทย : การพัฒนาเส้นทางรถไฟและโอกาสทางการท่องเที่ยว” ต่อผู้บริหาร ผู้ประกอบการโรงแรม และสมาชิกสมาคมโรงแรมไทยจากทั่วประเทศ

การบรรยายครั้งนี้นำเสนอภายใต้แนวคิด “THAILAND CONNECTED TOURISM 2030 : Connecting Rail • Connecting Destinations • Creating Opportunities” สะท้อนบทบาทของระบบรางที่ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง แต่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน เมือง จุดหมายการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกัน
นายอนันต์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงข่ายรถไฟในอนาคตไม่ควรวัดเพียงระยะทางหรือความเร็วของการเดินทางเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือการเพิ่ม Accessibility หรือความสามารถในการเข้าถึงเมืองและแหล่งท่องเที่ยว เพราะเมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงพื้นที่ใหม่ได้มากขึ้น และนำไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจของโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และชุมชนในพื้นที่ตามไปด้วย
ปัจจุบันโครงข่ายรถไฟของประเทศไทยเปิดให้บริการกว่า 4,044 กิโลเมตร 446 สถานี ครอบคลุม 47 จังหวัด และยังมีการพัฒนาโครงข่ายใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 677 กิโลเมตร 44 สถานี ซึ่งจะช่วยขยายการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ รวมเป็นประมาณ 57 จังหวัดในอนาคต โดยการขยายโครงข่ายดังกล่าวจะช่วยเปิดตลาดการท่องเที่ยวใหม่และเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจโรงแรมสามารถเชื่อมโยงลูกค้าจากเมืองต้นทางไปยังเมืองรองและจุดหมายใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวทางรางให้มีความหลากหลาย เพื่อทำให้ “การเดินทาง” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นรถดีเซลราง KIHA 183, ขบวน SRT Royal Blossom, รถไฟไทยทำและรถโดยสารรูปแบบพิเศษ ตลอดจนขบวนรถจักรไอน้ำและโปรแกรมท่องเที่ยวตามเทศกาลและฤดูกาล ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือกับภาคโรงแรมในรูปแบบ Rail + Hotel Package และการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันได้ในอนาคต
ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังได้เสนอแนวคิดว่า ระบบรางไม่ควรมีบทบาทเพียงนำผู้โดยสารไปส่งถึงสถานีปลายทาง แต่ควรเชื่อมต่อกับสนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และกิจกรรมในพื้นที่ให้เป็น Journey เดียวกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ระหว่างการเดินทาง ไปจนถึงการเข้าพักและการท่องเที่ยวในจุดหมาย “เมื่อการเดินทางง่ายขึ้น เมืองก็เข้าถึงง่ายขึ้น และเมื่อเมืองเข้าถึงง่ายขึ้น โอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ระบบรางจึงไม่ใช่เพียงการเชื่อมสถานี แต่คือการเชื่อมจุดหมาย เชื่อมธุรกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ”
ทั้งนี้ งาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นงานแสดงสินค้าและบริการด้านอาหาร เครื่องดื่ม เทคโนโลยี และอุปกรณ์สำหรับธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และการจัดเลี้ยงระดับนานาชาติ พร้อมเป็นเวทีพบปะระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายจากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ
การเข้าร่วมงานและการบรรยายพิเศษของผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่าง ระบบรางกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม เพื่อร่วมกันพัฒนาเส้นทาง ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือการกระจายนักท่องเที่ยว กระจายรายได้ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย



