“พาณิชย์” เร่งดูดซับมะพร้าวผลแก่ เป้าหมาย 10 ล้านลูก เร่ง คจก. เดินหน้ารับซื้อทันที

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการค้าภายในได้เดินหน้า “โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569” โดยจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเร่งดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร (คจก.) ในพื้นที่ พิจารณาจุดรับซื้อและเร่งเข้ารับซื้อมะพร้าวผลแก่โดยเร็ว เพื่อระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาที่ปรับตัวลดลง

“ขณะนี้ได้แจ้งการจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดทราบแล้ว จึงขอให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและ คจก. เร่งดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้การรับซื้อเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด กระจายจุดรับซื้อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีปัญหา และให้ความช่วยเหลือถึงมือเกษตรกรอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยคาดว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะสามารถประชุมพิจารณาดำเนินโครงการได้เป็นจังหวัดแรกในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 จากนั้นจังหวัดอื่น ๆ จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยกรมการค้าภายในจะกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรับซื้อเป็นไปตามปริมาณเป้าหมายและสอดคล้องกับสถานการณ์ผลผลิตในแต่ละพื้นที่”

โครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบให้ใช้เงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) วงเงิน 46.6075 ล้านบาท เพื่อเพิ่มช่องทางตลาด เชื่อมโยงการซื้อขาย ลดปริมาณมะพร้าวผลแก่ส่วนเกินและผลผลิตตกค้างในระบบ รวมทั้งช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยครอบคลุมทั้งการจำหน่ายมะพร้าวผลแก่เข้าสู่ตลาดปกติ และการนำมะพร้าวที่ตกค้างมาแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง

นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับมะพร้าวผลแก่ที่เกษตรกรนำเข้าสู่ตลาด จะได้รับการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ ไม่เกินผลละ 4 บาท และเมื่อรวมกับราคาที่เกษตรกรจำหน่ายได้แล้ว ต้องไม่เกินราคาเป้าหมายนำที่กำหนดสำหรับมะพร้าวผลแก่ขนาดใหญ่ ผลละ 10 บาท กำหนดเป้าหมายดูดซับ 10 ล้านผล ใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อเร่งนำผลผลิตผลิตเข้าสู่ตลาดและเพิ่มรายรับให้แก่เกษตรกร

ส่วนมะพร้าวผลแก่ที่ตกค้างเป็นเวลานานจนเริ่มงอกหรือมีคุณภาพไม่เหมาะสมสำหรับจำหน่ายเป็นมะพร้าวผล กรมการค้าภายในจะสนับสนุนให้แปรรูปเป็น เนื้อมะพร้าวแห้ง เพื่อลดการสูญเสียและนำผลผลิตกลับเข้าสู่ระบบการค้า โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวและผู้รวบรวมที่จำหน่ายเนื้อมะพร้าวแห้ง ไม่เกินกิโลกรัมละ 5 บาท ภายใต้ราคาเป้าหมายกิโลกรัมละ 20 บาท กำหนดเป้าหมาย 500 ตัน ใช้งบประมาณ 2.50 ล้านบาท

โครงการฯ ครอบคลุม 8 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สมุทรสงคราม นราธิวาส ปัตตานี และชลบุรี ซึ่งมีผลผลิตรวมกันประมาณร้อยละ 92 ของประเทศ กลุ่มเป้าหมายในส่วนของการจำหน่ายมะพร้าวผลแก่ ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวผลแก่ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรและมีผลผลิตอยู่ในพื้นที่โครงการ ส่วนการแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง ครอบคลุมเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวผลแก่หรือผู้รวบรวมที่มีผลผลิตตกค้างอยู่ในการครอบครอง

สำหรับระยะเวลาดำเนินการรับซื้อ กำหนดตั้งแต่ได้รับอนุมัติถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 และระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2569 โดยกรมการค้าภายในจะกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรับซื้อเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และไม่เกินกรอบปริมาณเป้าหมายของโครงการ

นายวิทยากร กล่าวถึงที่มาของการใช้เงิน คชก. ว่า ในระยะแรกกรมการค้าภายในได้เสนอขอใช้งบประมาณรายจ่ายกลางเพื่อดำเนินมาตรการดังกล่าว แต่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการขอรับการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ปัญหาของเกษตรกร จึงมีข้อสั่งการให้ปรับมาใช้เงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หรือ คชก. แทน เพื่อให้สามารถเร่งดำเนินมาตรการรับซื้อและช่วยเหลือเกษตรกรได้เร็วขึ้น

“กรมฯ ต้องการให้มาตรการนี้ลงไปถึงพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพราะเป้าหมายสำคัญคือการลดผลผลิตที่ตกค้างอยู่ในระบบ ไม่ให้กดดันราคามะพร้าวต่อเนื่อง โดยจะใช้ทั้งการรับซื้อผลแก่เข้าสู่ตลาด และการนำผลผลิตที่ไม่สามารถขายเป็นผลสดมาแปรรูปเป็นเนื้อมะพร้าวแห้ง เพื่อเพิ่มช่องทางระบายผลผลิตและช่วยบรรเทาผลกระทบด้านรายได้ของเกษตรกร” นายวิทยากรกล่าว

การดำเนินการที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้ประสานโรงงานและล้งให้เข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรใน 4 จังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี สามารถช่วยระบายผลผลิตคงค้างได้แล้วกว่า 11 ล้านผล สูงกว่าเป้าหมายเดิมประมาณ 10 ล้านผล ขณะที่โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 จะเข้ามาเสริมการช่วยเหลือให้ครอบคลุมทั้งการรับซื้อผลผลิตเพื่อเข้าสู่ตลาด และการนำผลผลิตตกค้างไปแปรรูป