สถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2569

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ส.ค. 2569* ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 19.76 ล้านคน ลดลงร้อยละ 2.91 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา* โดยในสัปดาห์นี้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยมีการชะลอตัวจากสัปดาห์ก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากตลาดระยะใกล้ (Short haul) ได้แก่ การเข้าสู่ช่วงปลายของการปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของจีน และการชะลอการเดินทางของมาเลเซียก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า เนื่องในวัน Maulidur Rasul อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นยังขยายตัวต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.71 จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเดินทางในช่วงวันหยุด Yama no Hi และเทศกาล Obon ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องของญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดระยะไกล (Long haul) จำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่เข้าสู่ช่วงปลายของ Summer Holiday ในสัปดาห์นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา 612,643 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 24,126 คน หรือร้อยละ 3.79 คิดเป็นนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 87,520 คนต่อวัน โดยกลุ่มตลาดระยะใกล้มีจำนวนนักท่องเที่ยว 413,815 คน ลดลงร้อยละ 1.76 จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกลมีจำนวนนักท่องเที่ยว 198,828 คน ลดลงร้อยละ 7.76 สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรกของสัปดาห์นี้ ได้แก่ จีน (123,410 คน) มาเลเซีย (60,049 คน) อินเดีย (41,047 คน) ญี่ปุ่น (30,666 คน) และเกาหลีใต้ (25,858 คน) โดยนักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.67 ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.71 และเกาหลีเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.78 จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 4.02 และมาเลเซียลดลงร้อยละ 5.05 จากสัปดาห์ก่อน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากเข้าสู่ช่วงท้ายของ Summer holiday ของปีนี้

สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 16 ส.ค. 2569 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 15 ส.ค. 2569* ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมทั้งสิ้น 19,759,655 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว 957,618 ล้านบาท* โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (3,330,481 คน) มาเลเซีย (2,496,831คน) อินเดีย (1,456,696 คน) รัสเซีย (1,140,441คน) และเกาหลีใต้ (729,367 คน)