EGCO Group ครึ่งปีแรกกวาดรายได้ 1.9 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท ตอกย้ำวินัยทางการเงิน-กระแสเงินสด 3.1 หมื่นล้านบาท การันตีฐานะการเงินแกร่ง ปันผลมั่นคง

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 สร้างรายได้รวม 19,179 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,538 ล้านบาท สะท้อนเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยในไตรมาส 2/2569 มีรายได้แตะระดับ 9,670 ล้านบาท และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเติบโตขึ้นเป็น 1,625 ล้านบาท ย้ำเงินสดในมือแน่นกว่า 31,811 ล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ Asset Recycling ควบคู่การรักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนถึง “ความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Resilience) และการมีวินัยทางการเงินที่เข้มงวดของ EGCO Group ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์โลก จุดแข็งสำคัญของเรามาจากการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบบ Diversification ที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของประเทศที่ลงทุน เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เทคโนโลยี และธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาระดับกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีและจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายที่วางไว้”

4 ปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือน ปี 2569 EGCO Group รับรู้รายได้รวม 19,179 ล้านบาท ในขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 1,016 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,538 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 4 ประการ ได้แก่

  • การบริหารต้นทุนของกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ในไทย อย่างมีประสิทธิภาพ : กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ในไทย ได้แก่ โรงไฟฟ้า BLCP มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนเชื้อเพลิง ที่ลดลง และโรงไฟฟ้าแก่งคอย (KPG) มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
  • ปริมาณน้ำเอื้ออำนวย ดันผลประกอบการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ใน สปป.ลาว : ทั้งโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 (NTPC) และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) มีผลประกอบการที่โดดเด่นจากปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากฤดูกาลที่มีปริมาณน้ำมาก
  • การขยายตัวตามอุปสงค์ Data Center & AI ในสหรัฐอเมริกา : โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Linden Cogen ในสหรัฐอเมริกา มีรายได้และปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจากการเติบโตของธุรกิจ Data Center และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งยังรับรู้รายได้เพิ่มจากการมีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเป็น 38% นอกจากนี้ EGCO Group ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าถือหุ้น 49% ในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle II ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลม Downeast Wind และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Wheatsborough Solar
  • กระแสเงินสดสม่ำเสมอจากสัญญาเช่า : มีการรับรู้รายได้จากสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้กระแสเงินสดมีความต่อเนื่อง และช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ในด้านฐานะการเงิน EGCO Group สามารถรักษาระดับการเติบโตและสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีสินทรัพย์รวม จำนวน 224,391 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 101,381 ล้านบาท ขณะที่ยังคงมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 31,811 ล้านบาท ซึ่งรองรับความยืดหยุ่นทางการเงินและโอกาสการลงทุนในอนาคต

นายธวัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้สภาวะการแข่งขันในการเข้าลงทุนจะยังอยู่ในระดับสูง EGCO Group ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการลงทุนอย่างมีวินัยและคัดเลือกเฉพาะสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท เราเชื่อว่าการรักษาความเข้มงวดในการพิจารณาการลงทุน ควบคู่กับการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก ผ่านแนวทาง Asset Recycling หรือการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเสริมความพร้อมของเงินทุนและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว”

เกี่ยวกับ EGCO Group

ปัจจุบัน (ณ 14 สิงหาคม 2569) EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 6,945 เมกะวัตต์ (รวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,647 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 24% ของกำลังผลิตทั้งหมด) ทั้งจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ นอกจากนี้ EGCO Group ยังมีธุรกิจพลังงานเกี่ยวเนื่อง ครอบคลุมธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค และธุรกิจ Customer Solution และ Startup โดยธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ EGCO Group ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Best-in-Class Indices (DJ BIC) ประจำปี 2026 ในประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้าของกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ โดยได้รับการประเมินในระดับสูงสุด ของกลุ่ม และก่อนหน้านี้ได้รับการจัดอันดับอยู่ในดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI) มา 5 ปีต่อเนื่อง ท่านสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ EGCO Group เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.egco.com และ www.facebook.com/EGCOGroup