กรมการค้าต่างประเทศ เดินหน้ายกระดับงานบริการสู่ DFT Smart Services เชื่อมโยงระบบ 4 งานสำคัญด้านการส่งออกและนำเข้า กับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพิ่มช่องทางการเข้าถึงงานบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ลดขั้นตอนและภาระในการติดต่อราชการ ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจยุคดิจิทัล พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการให้บริการแก่ผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการ ตลอดจนเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการเข้าถึงงานบริการของกรมฯ โดยได้เชื่อมโยง 4 ระบบงานที่สำคัญ ได้แก่ 1) ระบบ DFT SMART C/O: ระบบให้บริการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า 2) ระบบ ROVERs PLUS: ระบบให้บริการตรวจรับรองคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิด 3) ระบบ Self – Origin Certification: SOC: ระบบให้บริการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองแก่ผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และ 4) ระบบ e – TCWMD: ระบบให้บริการขออนุญาตส่งออกหรือส่งกลับสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ซึ่งมีปริมาณคำขอหนังสือสำคัญการส่งออก – นำเข้าสินค้า ปีละกว่า 1.2 ล้านฉบับ กับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางของประเทศที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการให้เข้าถึงงานบริการภาครัฐ แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) โดยการเชื่อมโยงระบบงานที่สำคัญของกรมฯ กับแอปพลิเคชันทางรัฐในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการยกระดับงานบริการภาครัฐที่มุ่งเน้นผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง โดยกรมฯ อยากให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงงานบริการด้านการค้าระหว่างประเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และง่ายที่สุด การเชื่อมโยงระบบงานบริการในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงงานบริการที่สำคัญของกรมฯ ผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน และลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับงานบริการภาครัฐเป็นแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service)
นางอารดา เฟื่องทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาระบบงานของกรมการค้าต่างประเทศให้เชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันทางรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการให้บริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล โดยมุ่งให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการได้จากช่องทางเดียว ลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอน และเชื่อมโยงบริการภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน อันจะนำไปสู่การให้บริการแบบ One Stop Service ที่ตอบสนองตามความต้องการของผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรมการค้าต่างประเทศจะเปิดให้บริการระบบงานทั้ง 4 ระบบดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการด้านการค้าระหว่างประเทศผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ผ่าน “Application ทางรัฐ” บนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งออกและนำเข้าสินค้าของไทยให้มีความคล่องตัว ลดระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามหรือติดตามข้อมูล ข่าวสาร ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385





