ศ. ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดวิสัยทัศน์การปฏิรูประบบพัฒนากำลังคนของประเทศ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร เทคโนโลยี และเศรษฐกิจโลก โดยชี้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากอัตราการเกิดที่ต่ำกว่าอัตราการเสียชีวิตต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนแรงงานในอนาคตมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ความต้องการแรงงานทักษะสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ศ. ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ทางออกของประเทศไม่ใช่การเพิ่มจำนวนแรงงาน แต่คือการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Labour Productivity) ผ่านการยกระดับแรงงานให้มีทักษะสูง พร้อมใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย
“จากข้อมูลสถิติปี 2568 ประเทศไทยมีกำลังแรงงานประมาณ 40.13 ล้านคน โดยมีสัดส่วนกำลังแรงงานทักษะสูงเพียง 4.45 ล้านคน เท่านั้น (คิดเป็น 13.6%) ซึ่ง สอวช. ได้ตั้งเป้าผลักดันแรงงานทักษะสูงให้เพิ่มเป็นประมาณ 25% ของจำนวนแรงงานทั้งหมด และในระยะยาวต้องการเห็นแรงงานไทยอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของประเทศเป็นแรงงานทักษะสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว
ศ. ดร.สุรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า AI และเทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่ภัยคุกคามที่ทำให้คนตกงาน แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพการทำงาน คนรุ่นใหม่สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างรายได้จากหลายอาชีพ ทำงานได้หลายบทบาท และพัฒนาทักษะของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องสร้างระบบสนับสนุนให้ประชาชนสามารถ Reskill และ Upskill ได้ตลอดชีวิต

ในด้านการศึกษา รองผู้อำนวยการ สอวช. มองว่า ระบบการศึกษาไทยไม่ได้ล้มเหลว แต่อาจยังปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิด Skill Gap หรือช่องว่างระหว่างทักษะที่ผู้เรียนมี กับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ จึงจำเป็นต้องปรับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน มหาวิทยาลัย ครอบครัว และภาคธุรกิจ เพื่อพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่
“เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สอวช. ได้พัฒนาแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและเชื่อมโยงกลไก Skill Mapping ร่วมกับมหาวิทยาลัย โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data วิเคราะห์ข้อมูลตลาดแรงงานจากทั่วโลก เพื่อเชื่อมโยงทักษะที่ผู้เรียนมีอยู่กับทักษะที่อาชีพในอนาคตต้องการ พร้อมระบุช่องว่างของทักษะที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม ช่วยให้ทั้งประชาชน มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจสามารถวางแผนพัฒนากำลังคนได้แบบเรียลไทม์ ระบบดังกล่าวยังช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพิ่มทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ขณะที่ประชาชนสามารถใช้วางแผน Reskill และ Upskill ของตนเอง รวมถึงเลือกเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพมากที่สุดได้“ ศ. ดร.สุรินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ สอวช. ยังมีการสำรวจข้อมูลความต้องการบุคลากรทักษะสูงรายอุตสาหกรรมใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (Talent Landscape) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มกำลังคนและตำแหน่งงานแห่งอนาคต ก่อนเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ช่วยให้นักเรียนและผู้ปกครองเห็นแนวโน้มตลาดแรงงานก่อนเลือกคณะและสาขาวิชา เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เลือกเรียนในสาขาที่ประเทศต้องการ
ศ. ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า อีกหนึ่งนโยบายสำคัญคือ Skill Bridge หรือ “สะพานทักษะ” ซึ่งเป็นระบบเชื่อมแรงงานจากอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ โดยใช้ AI วิเคราะห์ล่วงหน้าว่าแรงงานกลุ่มใดมีความเสี่ยงตกงาน และสามารถย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมใดได้ พร้อมออกแบบหลักสูตรเฉพาะเพื่อเติมเต็มทักษะที่ขาด
ยกตัวอย่างแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กลับมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก หากสามารถเชื่อมสะพานทักษะ ให้แรงงานเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ได้ ก็จะช่วยลดปัญหาการว่างงานและรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ สอวช. ยังได้เสนอมาตรการภาษีเป็นแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมพัฒนากำลังคน ทั้งการสนับสนุนการฝึกอบรม การออกแบบหลักสูตรร่วมกับมหาวิทยาลัย และการจ้างงานผู้ที่ผ่านการ Reskill หรือ Upskill เพื่อลดต้นทุนการพัฒนาบุคลากรของภาคธุรกิจ และเพิ่มการลงทุนด้านคนแทนการแก้ปัญหาเมื่อเกิดการว่างงานแล้ว
ในมุมของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ศ. ดร.สุรินทร์ เสนอว่า ประเทศไทยควรขยายแนวคิดจาก Lifelong Learning ไปสู่ Long Life Learning เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น โดยผู้สูงอายุยังสามารถเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และทำงานตามศักยภาพได้ เช่นเดียวกับหลายประเทศที่ใช้ประสบการณ์ของผู้สูงอายุเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ

สอวช. จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศผลักดันการสร้าง Marketplace ด้านการเรียนรู้ รวบรวมหลักสูตรเด่นของแต่ละมหาวิทยาลัยไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงองค์ความรู้และเรียนรู้ได้ฟรีตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ เทคโนโลยี วิศวกรรม หุ่นยนต์ หรือสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ Higher Education Sandbox ซึ่งเป็นการรวมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากหลายมหาวิทยาลัยร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในสาขาที่ประเทศต้องการเร่งด่วน โดยเริ่มจากหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ที่ปัจจุบันมีเครือข่ายมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแล้ว 13 แห่ง เพื่อเร่งผลิตกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งประเทศไทยยังขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก และเตรียมขยายไปสู่สาขาอาหาร เกษตร และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อื่น ๆ
ในด้านการพัฒนางานวิจัย สอวช. มีการศึกษาวิจัยเชิงนโยบายและจัดทำข้อเสนอเพื่อยังผลักดันให้มีการสนับสนุนการผลิตนักวิจัยระดับปริญญาโทและปริญญาเอกให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยให้มหาวิทยาลัยสามารถจ้างนักวิจัยเข้ามาทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง สร้างฐานกำลังคนวิจัยรองรับการลงทุนด้านเทคโนโลยี พร้อมต่อยอดงานวิจัยสู่สิทธิบัตร การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) ได้ในอนาคต
พร้อมกันนี้ สอวช. ยังผลักดันนโยบาย University Holding Company เปิดทางให้มหาวิทยาลัยสามารถร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพของนักศึกษาและอาจารย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยเร่งการนำผลงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ และสร้างให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรมภายในมหาวิทยาลัย
รองผู้อำนวยการ กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกโครงการที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนคือ โรงเรียนในโรงงาน ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าไปทำงานจริงในสถานประกอบการตั้งแต่ชั้นปีที่ 2–3 เพื่อเรียนรู้ทักษะจากสถานการณ์จริง ก่อนกลับมาพัฒนาตนเองในมหาวิทยาลัย ทำให้การเรียนการสอนเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
“เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงานทั้งหมด คือการใช้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเชื่อว่า “การศึกษาสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้” หากประเทศไทยสามารถสร้างกำลังคนทักษะสูงได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่เติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต“ ศ. ดร.สุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)
โทรศัพท์ 02 109 5432 ต่อ 419 (กชวรรณ)
Email: pr@nxpo.or.th / Website: www.nxpo.or.th / Facebook: https://www.facebook.com/NXPOTHAILAND/



