
วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม 7-01 ชั้น 7 อาคารกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำประมาทในคดีจราจร โดยมี นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับ นางสาวพรรณี ปิติกุลตัง กรรมการผู้จัดการบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และมี นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ นายประยูร ภู่แส รองกรรมการผู้จัดการบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เป็นพยานในการลงนามจากทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งมี นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เป็นผู้กล่าวรายงาน และมี ผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับการลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ป้องกันการจ่ายเงินซ้ำซ้อน พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีสิทธิตามกฎหมายให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้
1. เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ 2559) และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว
2. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา และคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ประจำจังหวัดทั่วประเทศ และภารกิจของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ได้แก่ ฝ่ายสินไหมทดแทน ฝ่ายบริหารภาค สาขาประจำจังหวัดทั่วประเทศ และส่วนนิติการ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม
3. เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง การบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุนทางวิชาการ ศึกษาวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ
4. เพื่อป้องกันการจ่ายเงินเยียวยาซ้ำซ้อน และลดขั้นตอนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
5. เพื่อตรวจสอบและป้องกันการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎกระทรวง ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว











