กรมประมงยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย เดินหน้าเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในสัตว์น้ำ สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

กรมประมงย้ำประเทศไทยมีระบบกำกับ ดูแล และเฝ้าระวังความปลอดภัยสัตว์น้ำและแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ยกระดับมาตรฐานการผลิตสัตว์น้ำไทยให้ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลก

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงมีการกำกับและควบคุมคุณภาพสัตว์น้ำให้มีความปลอดภัยของสัตว์น้ำ และมีการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance : AMR) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health)” ซึ่งประเทศไทยได้กำหนดให้เป็นกรอบสำคัญในการดำเนินงานตาม แผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) ควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) สนับสนุนการป้องกันโรคด้วยหลักการจัดการฟาร์มที่เหมาะสมและการใช้นวัตกรรมเพื่อลดการใช้ยาต้านจุลชีพ ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและลดความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา

ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการลดการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์เพื่อการบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลระดับประเทศพบว่า ปริมาณการใช้ยาต้านจุลชีพลดลงมากกว่าร้อยละ 60 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 2560 และปี 2566 สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผลและการพัฒนาระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกรมประมง พร้อมดำเนินการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในสัตว์น้ำ ผ่านการบูรณาการ ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “Fisheries Connect for Sustainability” ซึ่งเมื่อวันที่ 4 – 5 มิถุนายน 2569 กรมประมงได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศจัดการประชุมวิชาการระดับอาเซียนด้านการลดความเสี่ยงจากการดื้อยาต้านจุลชีพในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานการผลิตสัตว์น้ำให้มีคุณภาพและปลอดภัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

สำหรับข้อมูลที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับการตรวจพบเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในสัตว์น้ำและมีตัวเลขประมาณการผู้เสียชีวิต จำนวน 38,000 ราย  เป็นข้อมูลผู้เสียชีวิตที่ติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่เหมาะสม  การซื้อยากินเอง การติดเชื้อในสถานพยาบาล และการแพร่กระจายของเชื้อในสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งอาจไม่ได้เกิดจากการบริโภคสัตว์น้ำ หรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำโดยตรง อย่างไรก็ตาม กรมประมงเห็นว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามสถานการณ์และการพัฒนาระบบเฝ้าระวังของประเทศ แต่ในการประเมินสถานการณ์ระดับประเทศจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหลายพื้นที่ หลายช่วงเวลา และจำนวนตัวอย่างที่ครอบคลุม เพื่อให้สะท้อนภาพรวมได้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ รวมทั้ง ต้องพิจารณาปัจจัยที่อาจเกิดการปนเปื้อนในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การขนส่ง การเก็บรักษา การจำหน่าย จนถึงการประกอบอาหาร ฯลฯ

อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัยของสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามข้อมูลทางวิชาการจากทุกภาคส่วน และนำมาพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยทางอาหารให้ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและรักษาความเชื่อมั่นของคู่ค้าสัตว์น้ำไทยในตลาดโลก สำหรับผู้บริโภคขอแนะนำให้เลือกซื้อสัตว์น้ำจากแหล่งจำหน่ายที่สะอาดและได้มาตรฐาน รักษาสุขอนามัยระหว่างการประกอบอาหาร แยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุก รวมทั้งปรุงสัตว์น้ำให้สุกก่อนบริโภคทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อจุลินทรีย์และสามารถบริโภคสัตว์น้ำได้อย่างปลอดภัย