
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. กระทรวงยุติธรรม โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการความร่วมมือเพื่อการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี รองประธานกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “มาตรการทางกฎหมายกับการแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ” โดยมี พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้าร่วมฯ พร้อมทั้งได้รับเกียรติจากนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมฟีนิกซ์ บอลรูม อาคารศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
ในการนี้ นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมด้วยนางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีฯ (1) นางปรีดา วิสาโรจน์ รองอธิบดีฯ (3) ที่ปรึกษากรมพินิจฯ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมฯ/ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ ทั่วประเทศ ผู้บริหารกรมพินิจฯ ในส่วนกลาง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน ผู้บริหารศาลยุติธรรม ผู้พิพากษา อัยการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย รวมกว่า 310 คน เข้าร่วมฯ วัตถุประสงค์ของการจัดประชุมในครั้งนี้เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก เยาวชน และสังคมต่อไป
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี กล่าวว่า มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เข้าร่วมโครงการฯ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 โดยการดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ ในระยะแรกนั้น เริ่มจากการดูแลสุขภาพเด็กและเยาวชน และต่อมาได้ขยายการดูแล ด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ และการจัดหางาน หลังปล่อย เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและลดการกระทำผิดซ้ำ ปัจจุบันการดำเนินการตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ของกรมพินิจฯ ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการใช้มาตรการทางกฏหมาย การบูรณาการร่วมกันระหว่างเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวคิดหลักร่วมกันที่ว่า การบังคับใช้กฎหมายต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ เปลี่ยนจากการลงโทษมาสู่ “การแก้ไขบำบัดฟื้นฟู” เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม และสามารถกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติสุข โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวยึดมั่นในหลัก “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความปลอดภัยของสังคม เด็กและเยาวชน คือ ทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ แม้บางคนจะก้าวพลาดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หากได้รับโอกาส และได้รับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูที่เหมาะสมก็สามารถกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้ ดังนั้น การดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนจึงไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายตุลาการ ฝ่ายอัยการ หน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา แรงงาน การพัฒนาสังคม ตลอดจนครอบครัว ชุมชน และภาคเอกชน ที่ต้องร่วมกันสร้างโอกาสและสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมขอชื่นชมกระทรวงยุติธรรม และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ได้ริเริ่มและขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมในวันนี้ จะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะ ตลอดจนสร้างความเข้าใจร่วมกันในการนำมาตรการทางกฎหมายไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชน อันจะนำไปสู่การลดการกระทำผิดซ้ำ และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่สังคมในระยะยาว และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านในการร่วมกันสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติ

โดยภายในงานมีการนําเสนอ Best Practice “เดอะฟินิกซ์ โปรแกรมพลัส” จากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดร้อยเอ็ด (ที่ปรึกษามูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ) ต่อด้วยการเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ที่เกี่ยวข้องกับกรมพินิจฯ และหัวข้อ “แนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการการขับเคลื่อนการดําเนินงานภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ของกรมพินิจฯ โดยน้อมนําแนวพระดําริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการให้โอกาส การพัฒนา และการคืนคนดีสู่สังคม มาประยุกต์ใช้กับการแก้ไขบําบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดให้ได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย สุขภาพ การศึกษา การฝึกอาชีพ และการเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคม รวมทั้งมีการจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ฝีมือเด็กและเยาวชน โดยศูนย์สร้างโอกาสฯ การสาธิตการฝึกอาชีพนวดแผนไทย โดยศูนย์ฝึกและอบรมฯ หญิงบ้านปรานี การจัดบูธนำเสนอผลการดำเนินงานความร่วมมือด้านการศึกษา โดยวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งได้ให้การสนับสนุนเด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจฯ มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการให้บริการประเมินสภาวะกายและจิต พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเผชิญกับความเครียดแก่เจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ดูแลเด็กและเยาวชนโดยกรมสุขภาพจิต
หลังจากองคมนตรีกล่าวปาฐกถาเสร็จสิ้น ได้ให้เกียรติเป็นผู้แทนกรมพินิจฯ รับมอบ “ยาสีฟัน” จากดร.สิริกร ชิวปรีชา ประธานบริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่เด็กและเยาวชนของกรมพินิจฯ จำนวน 15,000 หลอด มูลค่า 900,000 บาท และรับมอบ “ชุดตรวจคัดกรองไวรัสโควิด 19” จากนายทวีชัย หยาง ผู้บริหารบริษัท เอช ไอ พี โกลบอล จำกัด เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลสุขภาพของเด็กและเยาวชน จำนวน 10,000 ชุด มูลค่า 290,000 บาท ด้วย













