กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผย ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. … เพื่อวางระบบกำกับดูแลกัญชาอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดสาระสำคัญ 6 มาตรการสำคัญ ได้แก่ จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ กำหนดการอนุญาต คุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง ห้ามโฆษณาและส่งเสริมการบริโภค กำหนดให้ใช้ได้ เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น และมีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลกัญชาที่ชัดเจน มีมาตรฐาน และสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา พ.ศ. …. ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายเฉพาะสำหรับกำกับดูแลกัญชาอย่างเป็นระบบ ภายหลังจากกัญชาถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติด ทำให้การกำกับดูแลที่ผ่านมาอาศัยกฎหมายหลายฉบับที่มีขอบเขตและอำนาจแตกต่างกัน ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ครอบคลุมและเกิดช่องว่างในการกำกับดูแลร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมีเป้าหมายสำคัญในการกำหนดมาตรการควบคุมกัญชาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิต การนำเข้า การส่งออก การจำหน่าย ตลอดจนการคุ้มครองประชาชนและการป้องกันผลกระทบ ต่อสังคม โดยยึดหลักการสำคัญว่า กัญชาต้องใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การแพทย์แผนไทย การศึกษาวิจัย และ ด้านสุขภาพเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ
นายแพทย์เทวัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ประกอบด้วย 1. จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรการ และทิศทางการกำกับดูแลกัญชาของประเทศ 2. กำหนดการอนุญาต การเพาะปลูก ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายกัญชา จะต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี ทั้งนี้ การจำหน่ายราก กิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น และเมล็ด ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตรวมถึงการใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรคโดยผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ตามที่กฎหมายกำหนด 3. คุ้มครองเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง กำหนดห้ามจำหน่ายกัญชาแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร รวมทั้งห้ามจำหน่ายในพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคม เช่น วัด สถานศึกษา หอพัก สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก 4. ห้ามโฆษณาและส่งเสริมการบริโภค ห้ามโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือทำการตลาดเกี่ยวกับช่อดอกกัญชา ยางกัญชา และอุปกรณ์การสูบ เพื่อป้องกันการจูงใจให้เกิดการใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสม 5. ให้ใช้ได้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น ร่างพระราชบัญญัติกำหนดหลักการสำคัญว่า การใช้กัญชา หรือสารสกัด ต้องเป็นไปเพื่อการรักษาโรค ภายใต้การดูแล ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ หรือเพื่อการศึกษาวิจัยตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน 6. กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ผู้ที่ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือจำหน่ายให้แก่เด็ก เยาวชน หรือสตรีมีครรภ์ ต้องรับโทษตามกฎหมาย ทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ขณะที่ผู้ใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ จะมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด

