กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลังร่วมกับ บก.ปอศ ทลายเครือข่ายผลิตและจำหน่ายสินค้าปลอม “เครื่องดื่มโกโก้ – กาแฟ – น้ำยาปรับผ้านุ่ม” มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มอบหมายให้ นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมแถลงผลการกวาดล้างและบุกทลายเครือข่ายผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคปลอมเครื่องหมายการค้า ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าปลอมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พร้อมลดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและเจ้าของสิทธิในเครื่องหมายการค้า โดยของกลางที่จับกุมได้เป็นสินค้าเครื่องดื่มโกโก้ กาแฟ และน้ำยาปรับผ้านุ่ม มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านบาท

นายอาวุธ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ปอศ. นำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พบสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง 29 รายการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางรวม 216,970 ชิ้น ประกอบด้วย เครื่องดื่มโกโก้ กาแฟ น้ำยาปรับผ้านุ่ม รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น น้ำตาล ครีมเทียม ผงนม ผงโกโก้ พร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องจักรการผลิตขนาดใหญ่ เช่น เครื่องผสมวัตถุดิบ เครื่องบรรจุอัตโนมัติ ถังผสม ซองบรรจุและกล่องบรรจุภัณฑ์ปลอมรวมทั้งฉลากปลอมอีกนับแสนชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านบาท

การปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย เพื่อดำเนินคดีในฐานความผิด “ร่วมกันปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 โดยมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี ปรับสูงสุด 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลจนพบว่าเครือข่ายนี้จะลักลอบขนส่งสินค้าไปจำหน่ายยังร้านค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของเครื่องหมายการค้า และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ผลิตขึ้นโดยการนำส่วนผสมที่ไม่ได้มาตรฐานมาบรรจุซองที่ไม่ถูกสุขอนามัย อาจมีสารเคมีปลอมปนอยู่กับสินค้าและอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้บริโภค

รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ปัจจุบันพบว่ามีการผลิตและจำหน่ายสินค้าปลอมออกมาจำหน่ายในราคาถูก จึงฝากย้ำเตือนไปยังผู้บริโภคให้เลือกซื้อสินค้าอย่างระมัดระวัง โดยเลือกซื้อจากร้านค้าหรือแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และมีราคาที่เหมาะสม ไม่ถูกกว่าราคาในท้องตลาดจนเกินไป

กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ร่วมปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยในปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน) สถิติการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยในส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลการจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งหมด 251 คดี ยึดของกลางรวมทั้งสิ้น 1,095,696 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมด 224,784,153 บาท และขอขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมดำเนินการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าที่เป็นอันตราย สะท้อนบทบาทความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนไทยอย่างเข้มแข็ง ซึ่งกรมฯ ยังคงเดินหน้าใช้มาตรการเชิงรุกปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตัดวงจรสินค้าละเมิดฯ ตั้งแต่ต้นน้ำ สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าถูกกฎหมาย และปกป้องประชาชนผู้บริโภคจากการถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าปลอมที่เป็นอันตรายและด้อยคุณภาพมาตรฐาน

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นพลังในการเฝ้าระวังและป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 หรือสายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อบริการ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”