อย. เดินหน้าขับเคลื่อน “ทางเลือกสุขภาพ” ติวเข้มผู้ประกอบการทั่วประเทศ มุ่งเพิ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ สร้างทางเลือกที่ดี ลดเสี่ยง NCDs อย่างยั่งยืน

อย. ติวเข้มผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจหลักเกณฑ์ของสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ใช้พิจารณารับรองการแสดงสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ในแต่ละกลุ่มอาหาร พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม เพื่อเพิ่มทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแก่ผู้บริโภค และร่วมลดความเสี่ยงการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็นประธานเปิดการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม เพื่อให้ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ทางโภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ประจำปี 2569 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการใช้พิจารณารับรองการแสดงสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ทั้ง 15 กลุ่มอาหาร ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการขอรับรองสัญลักษณ์ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามเกณฑ์ และยื่นขอการรับรองได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน มีเกณฑ์สารอาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการที่ใช้ประกอบการพิจารณารับรองการแสดงสัญลักษณ์ในอาหารแต่ละกลุ่ม ครอบคลุมอาหาร 15 กลุ่ม และมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” จำนวนทั้งสิ้น 3,922 ผลิตภัณฑ์ จาก 593 บริษัท (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2569) อย่างไรก็ตาม อย. ยังคงเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาด้านวิชาการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงการปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมเหมาะสมตามเกณฑ์สัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ”

“อย. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสัญลักษณ์โภชนาการ ทางเลือกสุขภาพ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศด้านอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่ดีขึ้น ซึ่งความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเกิดโรค NCDs ในระยะยาวต่อไป” รองเลขาธิการฯ อย. กล่าว