เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศลาวและเวียดนามประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 26 – 30 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทยมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่ และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ร่วมกันประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ และสำรวจพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมการป้องกันและลดผลกระทบกรณีเกิดน้ำป่าไหลหลาก ฝนตกหนักหรือฝนตกสะสม ที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร โดยให้เกษตรกรเตรียมวางแผนสร้างช่องทางการระบายน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูก และติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ กรณีเกิดความเสียหายจะตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรจึงควรปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน เมื่อจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนขอรับการช่วยเหลือที่กำหนด ไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันเกิดภัย โดยเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช กรณีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย เกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 เกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย และมีพื้นที่เสียหายจริงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ โดยจะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่น ๆ ไร่ละ 4,048 บาท โดยพื้นที่ประสบภัยเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลจะไปแจ้งสิทธิ์การช่วยเหลือ ให้บริการเกษตรกร รวมทั้งประสานการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ โดยเกษตรกรสามารถขอรับและยื่นแบบ กษ 01 ด้วยตนเองกับเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล หรือผู้นำชุมชน หรือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ประสบภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลและคณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้านจะดำเนินการสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตรร่วมกับเกษตรกร เพื่อยืนยันข้อมูลตามแบบ กษ 01 ซึ่งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลจะติดประกาศหรือจัดประชาคมในพื้นที่ให้เกษตรกรร่วมกันตรวจสอบและรับรองข้อมูล โดย เกษตรกรสามารถติดตามสถานะการช่วยเหลือได้ ผ่านทางเว็บไซต์ https://disaster.doae.go.th/
ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 26 – 30 กรกฎาคม 2569 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ขอให้พี่น้องเกษตรกรภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกติดตามพยากรณ์อากาศและร่วมกันป้องกันผลกระทบต่อการเกษตร หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ใกล้บ้าน




