
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับการผังเมืองของประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งวางผังเมืองที่สามารถรองรับการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล เพื่อสร้างความมั่นคงและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวางผังเมืองจึงไม่ใช่เพียงการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ สร้างเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ มีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ได้กำหนดกรอบให้การผังเมืองเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ กระทรวงมหาดไทยจึงมุ่งผลักดันให้การวางและจัดทำผังเมืองทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ความต้องการของประชาชน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อให้ทุกพื้นที่เติบโตอย่างสมดุลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ด้านนายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เร่งขับเคลื่อนการวางผังเมืองให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดทำ “ผังน้ำ” เพื่อเป็นเครื่องมือบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและพื้นที่รองรับน้ำให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พร้อมกำหนดมาตรการด้านผังเมืองทั้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและมาตรการที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี การคุ้มครองพื้นที่ชลประทาน การรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านน้ำ และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยจะผลักดันการพัฒนาเมืองให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยึดหลักการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการวางผังเมือง เพื่อให้ทุกพื้นที่มีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคต
“ผังเมืองที่ดี ต้องไม่ใช่เพียงการกำหนดสีของพื้นที่ แต่ต้องเป็นเครื่องมือสร้างเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต เราจะผลักดันแนวคิดเมืองยืดหยุ่น (Resilient City) เมืองฟองน้ำ (Sponge City) เมืองกระชับ (Compact City) และเมืองสีเขียว (Green City) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การพัฒนาเมืองของประเทศไทยเติบโตอย่างสมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน” นายเจเศรษฐ์ กล่าว





