กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือพันธมิตร ปลุกจิตสำนึก “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” แนะวิธีสังเกตความต่าง “สินค้าแท้-สินค้าปลอม”

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นำทัพ หน่วยงานภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา 14 หน่วยงาน จัดกิจกรรมสร้างความสำคัญในการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านนิทรรศการ “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” โดยนำ “สินค้าของแท้” มาจัดแสดงเปรียบเทียบกับ “สินค้าของปลอม” กว่าร้อยรายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ทั้งสินค้าแฟชั่น สินค้าไลฟ์สไตล์ เครื่องสำอาง อุปกรณ์ยานพาหนะ และกลุ่มสินค้าอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนเห็นความแตกต่างด้านลักษณะและคุณภาพของสินค้าได้อย่างชัดเจน ซึ่งได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมชมจำนวนมากตลอดการจัดงาน Thailand Character & Content Expo (TCEX 2026) เมื่อวันที่ 9 – 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า นิทรรศกาลดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้นโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งส่งสารย้ำเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และชีวิตของผู้บริโภคโดยตรง พร้อมปลูกฝังค่านิยมด้านการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา กรมฯ จึงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจากภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา นำ “ของปลอม” จากการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มาจัดแสดงเปรียบเทียบกับสินค้า “ของแท้” เพื่อให้ประชาชนได้เห็นความเหมือนและความแตกต่างของสินค้า พร้อมจัดทำสื่อสาธิตวิธีสังเกตสินค้าแบบเข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริง และไม่ตกเป็นเหยื่อของสินค้าปลอม โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เพื่อให้นักช้อปฉุกคิดทุกครั้งก่อนกดซื้อหรือหยิบสินค้าใส่ตะกร้า ซึ่งหากซื้อสินค้าไปแล้วขอให้ตรวจสอบก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันอันตรายจากสินค้าปลอมด้อยคุณภาพ โดยนิทรรศการดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้สนใจเข้าชมและเรียนรู้วิธีเลือกซื้อสินค้าอย่างปลอดภัยเป็นจำนวนมาก

นางอรมน กล่าวว่า ภายในนิทรรศการ “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ได้มีการจำลองบรรยากาศของห้องต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อสะท้อนว่าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอาจแฝงอยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน โดยแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 ห้องนั่งเล่น จัดแสดงกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เซรั่ม ครีมกันแดด ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ แชมพู และครีมนวดผม รวมถึงกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋าสตางค์ หรือแม้แต่ของเล่น (Art toys) ที่กำลังได้รับความนิยม โดยชี้ให้เห็นว่าหากเป็นสินค้าปลอม จากของสะสมสุดน่ารักอาจกลายเป็นแหล่งสะสมสารเคมีอันตรายแทน โซนที่ 2 ห้องนอน จัดแสดงกลุ่มสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เช่น เสื้อผ้า หมวก กระเป๋า รองเท้า และแว่นตาแบรนด์ดังต่างๆ ซึ่งการสนับสนุนสินค้าละเมิดฯ ถือเป็นการบั่นทอนกำลังใจของนักออกแบบในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ต้องสูญเสียรายได้จนไม่สามารถพัฒนาต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ และโซนที่ 3 ห้องทำงานและห้องจัดเก็บอุปกรณ์ยานพาหนะ กลุ่มสินค้าที่นำมาจัดแสดง เช่น
แก้วเก็บอุณหภูมิ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล หมึกพิมพ์ ลำโพงบลูทูธ รวมถึงอุปกรณ์ยานพาหนะ เช่น ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ ผ้าเบรค น้ำยาหม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง และน้ำมันเกียร์ เป็นต้น โดยชี้ให้เห็นว่าของปลอมเหล่านี้ไม่ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย อาจทำให้เครื่องยนต์เสียหาย ระบบเบรกขัดข้อง เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ได้

นางอรมน ย้ำว่า กรมฯ มุ่งมั่นที่จะปกป้องประชาชนผู้บริโภคจากการสินค้าแบรนด์ปลอมที่ไร้มาตรฐาน รวมทั้งปกป้องสิทธิให้กับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา โดยดำเนินมาตรการเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนผู้บริโภค ผู้ค้า ผู้ประกอบการ ซึ่งผลตอบรับจากนิทรรศการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจและตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นพร้อมแนะนำเรื่องการเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะโปรโมชั่นหรือราคาจำหน่ายที่ถูกกว่าท้องตลาดจนผิดสังเกต และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าของแท้ เพื่อปกป้องตนเองจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและร่วมสร้างสังคมที่เคารพทรัพย์สินทางปัญญาอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ที่ร่วมกันจัดนิทรรศการ “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้แก่ประชาชนและตอกย้ำความร่วมมือในการปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและเป็นอันตรายต่อชีวิต ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรม อันสะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดและจริงจัง ซึ่งการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อหากำไรทางการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่การปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการนำเข้า จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร มีโทษตามที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน นางอรมน กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th