กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง อย. ลงนาม MOU ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย เชื่อมทรัพย์สินทางปัญญา – นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยมี นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมลงนามและกล่าวแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จังหวัดนนทบุรี

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ มุ่งส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของไทย พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ

นางอรมน กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือกับ อย. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการการทำงาน เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญ ดังนี้ (1) เชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการในเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย (2) ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ตลอดจนขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ (3) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในเครือข่ายของทั้งสองหน่วยงานได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ทั้งในด้านการบ่มเพาะ
องค์ความรู้ การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ การวางแผนพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมมูลค่าสูง ลดอุปสรรคในการนำผลงานออกสู่ตลาด เพิ่มโอกาสและความได้เปรียบทางการแข่งขันในเชิงธุรกิจ และ (4) อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและตรวจสอบสถานะข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพ

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยทั้งนวัตกรรม ระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง สำหรับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา การคุ้มครองผู้บริโภคและการส่งเสริมนวัตกรรมเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินควบคู่กัน เพราะเมื่อผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ระบบที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ผู้บริโภคก็จะได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย

ในการนี้ ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพให้กับผู้ประกอบการในเครือข่าย สนับสนุนการนำผลิตภัณฑ์สุขภาพเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร และการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ (การขึ้นทะเบียน อย.) ตลอดจนเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลของทั้งสองหน่วยงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังจะร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์ความรู้และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้เครื่องหมาย อย. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งประสานความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ การปลอมเครื่องหมายการค้า การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาโดยไม่ถูกต้อง เป็นต้น พร้อมทั้งพัฒนากระบวนการแจ้งเหตุและประสานข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้การกำกับดูแลและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทักษะเฉพาะด้าน อาทิ การตรวจสอบความใหม่ของนวัตกรรม การจำแนกประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รวมทั้งเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย อีกทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมสำคัญแห่งอนาคต จึงได้จัดให้มีช่องทางพิเศษสำหรับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เช่น กรณีการจดเครื่องหมายการค้า หากผู้ยื่นจดจำเป็นต้องได้รับเครื่องหมายการค้าเพื่อใช้ประกอบการยื่นจดทะเบียนกับ อย. สามารถใช้ช่องทาง Fast Track ระยะเวลาการพิจารณาจะลดจาก 10 เดือน เหลือ 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ หรือกรณีโครงการเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้า ในสาขานวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ระยะเวลาการพิจารณาจะลดจาก 38.5 เดือน จากวันที่ยื่นขอให้ตรวจสอบ เหลือ 12 เดือน นับจากวันประกาศผลเข้าร่วมโครงการ ซึ่งปัจจุบันมีคำขอสาขานี้เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 118 คำขอ ได้รับการจดทะเบียนแล้ว 104 คำขอ

นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในผลิตภัณฑ์สุขภาพของคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นสินทรัพย์มูลค่าสูงยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว